ธุรกิจ
ส.อ.ท. เผยยอดผลิตรถยนต์ เดือนเมษายน ลดลงร้อยละ 0.44
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประกาศยอดผลิตรถยนต์เดือน เมษายน ผลิตได้ 103,794 คัน ลดลงร้อยละ 0.44 โดยเกิดจากปัจจัยของภาวะสงครามที่ยืดเยิ้อทำให้การส่งออกลดลงตามไปด้วยHighlight
เดือนเมษายน 2569 ผลิตรถยนต์ 103,794 คัน ลดลงร้อยละ 0.44 ผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้า 4,716 คัน ลดลงร้อยละ 1.01
ผลิตรถกระบะไฟฟ้า 250 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6,150 ขาย 48,394 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.54 ขายรถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV) 13,882 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.35 ขายรถกระบะไฟฟ้า 109 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.25 ส่งออก 60,190 คัน ลดลงร้อยละ 8.43 ส่งออกรถยนต์นั่งไฟฟ้า 1,924 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 191.52 ส่งออกรถกระบะไฟฟ้า 6 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 100
สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนเมษายน 2569
การผลิต
จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนเมษายน 2569 มีทั้งสิ้น 103,794 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2569 ร้อยละ 22.20 และลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 0.44 ลดลงจากการผลิตเพื่อขายในประเทศที่ลดลงร้อยละ 1.70 เพราะผลิตรถยนต์นั่งทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน และรถยนต์ไฟฟ้ารวมกันลดลงร้อยละ 16.77 จากเมษายนปีที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม การผลิตรถกระบะเพื่อส่งออกที่ลดลงในตลาดตะวันออกกลางจากสงคราม และการปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจส่งผลให้การผลิตเพื่อส่งออกไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อไปนานมากกว่า 3 เดือน
จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม-เมษายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 473,545 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 4
รถยนต์นั่ง เดือนเมษายน 2569 ผลิตได้ 36,650 คัน ลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 8.43 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่ง Internal Combustion Engine มีจำนวน 11,870 คัน ลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 24.15
• รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle มีจำนวน 4,716 คัน ลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 1.01
• รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 1,738 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 68.57
• รถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 18,326 คัน ลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 1.37
ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน 2569 มีจำนวน 156,599 คัน เท่ากับร้อยละ 33.07 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 1.83 แบ่งเป็น
• รถยนต์นั่ง Internal Combustion Engine มีจำนวน 60,402 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 11.87
• รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle มีจำนวน 15,211 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 7.98
• รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 6,551 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 15.83
• รถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 74,435 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 7.71
รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตันขึ้นไป ในเดือนเมษายน 2569 ไม่มีการผลิต รวมเดือนมกราคม-เมษายน 2569 ไม่มีการผลิต
รถยนต์บรรทุก เดือนเมษายน 2569 ผลิตได้ทั้งหมด 67,144 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 4.54 และตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน 2569 ผลิตได้ทั้งสิ้น 316,946 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 7.15
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนเมษายน 2569 ผลิตได้ทั้งหมด 65,933 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 3.44 และตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน 2569 ผลิตได้ทั้งสิ้น 311,290 คัน เท่ากับร้อยละ 65.74 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 6.35 แบ่งเป็น
• รถกระบะบรรทุก 46,796 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 6.55
• รถกระบะ Double Cab 200,592 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 8.41
• รถกระบะDouble Cab BEV 1,536 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 38,300
• รถกระบะ PPV 62,366 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 8.27
รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน-มากกว่า 10 ตัน เดือนเมษายน 2569 ผลิตได้ 1,211 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 149.69 รวมเดือนมกราคม-เมษายน 2569 ผลิตได้ 5,656 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 83.58
ผลิตเพื่อส่งออก
เดือนเมษายน 2569 ผลิตได้ 67,262 คัน เท่ากับร้อยละ 64.80 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 0.26 และเดือนมกราคม-เมษายน 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 316,605 คัน เท่ากับร้อยละ 66.86 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 4.56
รถยนต์นั่ง เดือนเมษายน 2569 ผลิตเพื่อการส่งออก 14,252 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 8.68 และตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 67,975 คัน เท่ากับร้อยละ 43.41 ของยอดผลิตรถยนต์นั่ง เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 24.75
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนเมษายน 2569 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 53,010 คัน ลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 1.78 และตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 248,630 คัน เท่ากับร้อยละ 79.87 ของยอดการผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 0.13 แบ่งเป็น
• รถกระบะบรรทุก 25,280 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 18.71
• รถกระบะ Double Cab 176,543 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 3.98
• รถกระบะ PPV 46,807 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 1.32
ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ
เดือนเมษายน 2569 ผลิตได้ 36,532 คัน เท่ากับร้อยละ 35.20 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 1.70 และเดือนมกราคม-เมษายน 2569 ผลิตได้ 156,940 คัน เท่ากับร้อยละ 33.14 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 2.90
รถยนต์นั่ง เดือนเมษายน 2569 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 22,398 คัน ลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 16.77 และตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน 2568 ผลิตได้ 88,624 คัน เท่ากับร้อยละ 56.59 ของยอดการผลิตรถยนต์นั่ง โดยเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ลดลงร้อยละ 15.62
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนเมษายน 2569 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 12,923 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 32.29 และตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน 2569 ผลิตได้ทั้งสิ้น 62,660 คัน เท่ากับร้อยละ 20.13 ของยอดการผลิตรถกระบะ และเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 41.10 แบ่งเป็น
• รถกระบะบรรทุก 21,516 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 13.37
• รถกระบะ Double Cab 25,585 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 67.67
• รถกระบะ PPV 15,559 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 52.99
รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตันขึ้นไป ในเดือนเมษายน 2569 ไม่มีการผลิต รวมเดือนมกราคม-เมษายน 2569 ไม่มีการผลิต
รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน-มากกว่า 10 ตัน เดือนเมษายน 2569 ผลิตได้ 1,211 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 149.69 รวมเดือนมกราคม-เมษายน 2569 ผลิตได้ 5,656 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 83.58
รถจักรยานยนต์
เดือนเมษายน 2569 ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 181,539 คัน ลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 4.22 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 146,306 คัน ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 6.87 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 35,233 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 8.56
ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม-เมษายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 817,426 คัน ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 4.29 โดยแยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 649,233 คัน ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 5.71 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 168,193 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 1.64
ยอดขาย
ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนเมษายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 48,394 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2569 ร้อยละ 19.16 และเพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 2.54 เพิ่มขึ้นจากการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าที่จองมากกว่าครึ่งของยอดจองรวมในงานบางกอกอินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์เมื่อปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน จากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นมากจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมทั้งการออกรถรุ่นใหม่ และการเริ่มผลิตรถบรรทุกของบริษัทหนึ่งที่ย้ายโรงงาน
รถกระบะยังคงขายลดลงร้อยละ 9.7 จากเดือนเดียวกันปีที่แล้วเพราะความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินจากเศรษฐกิจ และดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในประเทศที่เติบโตในอัตราต่ำ การลงทุน และการจ้างงานยังน่ากังวล ส่งผลให้อำนาจซื้อของประชาชนอ่อนแอ เศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ และสงครามการค้า
อย่างไรก็ตาม จากการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ 2.8 % และการลงทุนที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนอนุมัติโครงการต่างๆ ไปอาจช่วยสร้างงานสร้างเศรษฐกิจของประเทศเติบโตในอัตราสูงขึ้นหากได้ลงทุนในปีนี้ รวมทั้งการกู้เงิน 400,000 ล้านบาทของรัฐบาลที่จะลดการนำเข้าพลังงาน และเพิ่มการลงทุนที่จะเพิ่มการจ้างงานในประเทศไทยด้วย
ปัจจัยลบที่น่ากังวลมาก คือ การขอปรับราคาขึ้นของชิ้นส่วนต่างๆ โดยอ้างสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งจะซ้ำเติมต่อยอดขาย และยอดผลิตรถยนต์ให้ลดลงด้วย จึงใคร่ขอให้ผู้ผลิตชิ้นส่วน และรถยนต์ไว้ในภาวะที่กำลังซื้อยังอ่อนแอไประยะหนึ่ง
รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 33,654 คัน เท่ากับร้อยละ 69.54 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 9.07
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 7,109 คัน เท่ากับร้อยละ 14.69 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 35.18
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 13,882 คัน เท่ากับร้อยละ 28.69 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 27.35
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 1,023 คัน เท่ากับร้อยละ 2.11 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 5.54
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 436 คัน เท่ากับร้อยละ 0.90 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 100
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) 11,204 คัน เท่ากับร้อยละ 23.15 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 41.75
รถกระบะ มีจำนวน 9,831 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 10.11 รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 109 เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 36.35 รถกระบะ REEV มีจำนวน 4 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย รถกระบะ HEV มีจำนวน 3 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย รถ PPV มีจำนวน 2,619 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 16.57 รถบรรทุก 5-10 ตัน มีจำนวน 1,401 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 29.01 รถบรรทุก 5-10 ตันไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 16 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย และรถประเภทอื่นๆ มีจำนวน 757 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 30.93
ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 136,992 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2569 ร้อยละ 16.31 และเพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 3.82
ตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน 2569 รถยนต์มียอดขาย 230,477 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 15.02 แยกเป็น
รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 157,099 คันเท่ากับร้อยละ 68.16 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 23.91
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 37,957 คัน เท่ากับร้อยละ 16.47 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 21.54
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 64,109 คัน เท่ากับร้อยละ 27.82 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 90.61
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 2,891 คัน เท่ากับร้อยละ 1.25 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 18.40
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 708 คัน เท่ากับร้อยละ 0.31 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 100
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) 51,434 คัน เท่ากับร้อยละ 22.32 ของยอดขายรถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 24.76
รถกระบะ มีจำนวน 48,324 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 5.84 รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 423 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 144.51 รถกระบะ REEV มีจำนวน 7 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย รถกระบะ HEV มีจำนวน 12 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย รถ PPV มีจำนวน 14,746 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 16.35 รถบรรทุก 5-10 ตัน มีจำนวน 6,123 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 30.97 รถบรรทุก 5-10 ตันไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 36 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย และรถประเภทอื่นๆ มีจำนวน 3,707 คัน ลดลงจากเดือนช่วงกันในปีที่แล้ว 22.20
ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 605,601 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 3.13
การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป
เดือนเมษายน 2569 ส่งออกได้ 60,190 คัน ลดลงจากเดือนที่แล้วร้อยละ 25.13 และลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 8.43 ลดลงจากการส่งออกรถยนต์ไปตลาดตะวันออกกลาง 993 คัน ลดลงถึง 11,053 คันหรือร้อยละ 91.76 จากเมษายน 2568 จากสงครามระหว่าง สหรัฐอเมริกา และอิสราเอลกับอิหราน นำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ และลดลงในตลาดยุโรป อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ แต่ส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้นในตลาดเอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดสูงที่ร้อยละ 26.36 และ 31.23 ตามลำดับ รวมทั้งส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดแอฟริกา และอเมริกาเหนือ จึงช่วยให้การส่งออกรถยนต์ลดลงไม่มาก ส่งออกเดือนเมษายน 2569 แบ่งเป็น
• รถกระบะ 36,615 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 60.83 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 16.97
• รถกระบะ BEV 6 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.01 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2568 ไม่มีการส่งออก
• รถยนต์นั่ง ICE 2,031 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 3.37 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 75
• รถยนต์นั่ง BEV 1,924 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 3.20 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 191.52
• รถยนต์นั่ง PHEV 358 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.59 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2568 ไม่มีการส่งออก
• รถยนต์นั่ง HEV 6,713 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 11.15 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 42.80
• รถ PPV 12,543 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 20.84 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 53.98
มูลค่าการส่งออกรถยนต์ 42,942.55 ล้านบาท ลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 6.71 และเครื่องยนต์ และชิ้นส่วนส่งออกลดลง ดังนี้
• เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 3,213.38 ล้านบาท ลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 2.21
• ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 14,835.78 ล้านบาท ลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 6.67
• อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 1,645.53 ล้านบาท ลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 19.26
รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนเมษายน 2569 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 62,637.24 ล้านบาท ลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 6.86
รถจักรยานยนต์
เดือนเมษายน 2569 มีจำนวนส่งออก 68,170 คัน (รวม CBU+CKD) ลดลงจากเดือนมีนาคม 2569 ร้อยละ 32.17 และเพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 11.35 โดยมีมูลค่า 4,858.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 12.05
• ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 186.88 ล้านบาท ลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 0.62
• อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 223.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 41.02
รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์ เดือนเมษายน 2569 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ 5,268.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 12.53
เดือนเมษายน 2569 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 67,905.94 ล้านบาท ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 5.60
รถยนต์สำเร็จรูป
เดือนมกราคม-เมษายน 2569 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 280,184 คัน ลดลงจากช่วงระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 3.45 แบ่งเป็น
• รถกระบะ 176,415 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 62.96 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 5.88
• รถกระบะ BEV 155 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.06 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 3,775
• รถยนต์นั่ง ICE 25,159 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 8.98 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 39.66
• รถยนต์นั่ง BEV 7,156 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 2.55 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 984.24
• รถยนต์นั่ง PHEV 649 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.23 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2568 ไม่มีการส่งออก
• รถยนต์นั่ง HEV 27,759 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 9.91 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 62.90
• รถ PPV 42,891 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 15.31 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 1.08
มูลค่าการส่งออกรถยนต์ 189,161.84 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 6.25 โดยมีรายละเอียด ดังนี้
• เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 11,935.37 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 0.83
• ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 59,478.68 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 5.51
• อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 7,327.37 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 16.25
รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม-เมษายน 2569 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 267,903.26 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 6.16
รถจักรยานยนต์
เดือนมกราคม-เมษายน 2569 รถจักรยานยนต์ มีจำนวนส่งออก 320,343 คัน (รวม CBU+CKD) เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 5.61 มีมูลค่า 23,090.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 5.62
• ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 727.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 4.71
• อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 953.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 12.94
รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม-เมษายน 2569 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 24,771.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 5.86
เดือนมกราคม-เมษายน 2569 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 292,674.94 ล้านบาท ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 5.25
ข้อมูลจดทะเบียนที่ใช้เชื้อเพลิงต่างๆ เดือนเมษายน 2569 (เฉพาะ รย.1)
เดือนเมษายน 2569 มียานยนต์ใช้เชื้อเพลิงประเภทต่างๆ จำนวน 42,152 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 3.48 โดยแบ่งเป็น
• ประเภทไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 9,963 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 63.54
• ประเภทน้ำมันเบนซิน มีจำนวน 8,311 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 23.60
• ประเภทน้ำมันดีเซล มีจำนวน 9,954 ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 1.73
• ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้า (HEV) มีจำนวน 12,645 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 22.21
• ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) มีจำนวน 1,279 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 61.10
เดือนมกราคม-เมษายน 2569 มียานยนต์ใช้เชื้อเพลิงประเภทต่างๆ จำนวน 211,962 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 19.88 โดยแบ่งเป็น
• ประเภทไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 65,247 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 110
• ประเภทน้ำมันเบนซิน มีจำนวน 38,722 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 21.42
• ประเภทน้ำมันดีเซล มีจำนวน 48,065 เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 4.62
• ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้า (HEV) มีจำนวน 60,486 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 25.64
• ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) มีจำนวน 5,442 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 26.34
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือนเมษายน 2569
เดือนเมษายน 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 12,512 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายนปีที่แล้วร้อยละ 55.84 แบ่งเป็น
-รถยนต์นั่ง และรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 10,007 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 59.75
- รถยนต์นั่ง จำนวน 9,974 คัน
- รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน จำนวน 27 คัน
- รถยนต์บริการธุรกิจ จำนวน 3 คัน
- รถยนต์บริการทัศนาจร จำนวน 3 คัน
-รถกระบะ รถแวน มีทั้งสิ้น 23 คัน ลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 11.54
-รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 2,453 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 43.96
- รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล จำนวน 2,453 คัน
-รถยนต์สามล้อ มีทั้งสิ้น 1 คัน ลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 66.67
- รถยนต์รับจ้างสามล้อ จำนวน 1 คัน
-รถโดยสาร มีทั้งสิ้น 10 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายนปีที่แล้วร้อยละ 233.33
-รถบรรทุก มีทั้งสิ้น 18 คัน ลดลงจากเดือนเมษายนปีที่แล้วร้อยละ 37.93
เดือนมกราคม-เมษายน 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 75,493 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายนปีที่แล้วร้อยละ 88.64 แบ่งเป็น
-รถยนต์นั่ง และรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 67,063 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 111.82
- รถยนต์นั่ง จำนวน 65,278 คัน
- รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน จำนวน 1,751 คัน
- รถยนต์บริการธุรกิจ จำนวน 19 คัน
-รถยนต์บริการทัศนาจร จำนวน 15 คัน
- รถกระบะ รถแวน มีทั้งสิ้น 136 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 25.93
- รถยนต์สามล้อ มีทั้งสิ้น 17 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 12.50
-รถยนต์สามล้อส่วน บุคคล 17 คัน
- รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 8,089 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 0.20
-รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล จำนวน 8,087 คัน
-รถจักรยานยนต์สาธารณะ จำนวน 2 คัน
- รถโดยสาร มีทั้งสิ้น 62 คัน เพิ่มขึ้นเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 24
- รถบรรทุก มีทั้งสิ้น 126 คัน เพิ่มขึ้นเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 43.18
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท HEV เดือนเมษายน 2569
เดือนเมษายน 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่ มีจำนวน 12,704 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายนปีที่แล้วร้อยละ 21.27 แบ่งเป็น
-รถยนต์นั่ง และรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 12,657 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 21.98
- รถยนต์นั่ง จำนวน 12,645 คัน
- รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน จำนวน 1 คัน
- รถยนต์บริการธุรกิจ จำนวน 1 คัน
- รถยนต์บริการทัศนาจร จำนวน 10 คัน
-รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 47 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 53
- รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล จำนวน 47 คัน
เดือนมกราคม-เมษายน 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่สะสม มีจำนวน 60,756 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายนปีที่แล้วร้อยละ 24.91 แบ่งเป็น
-รถยนต์นั่ง และรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 60,529 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 25.30 %
- รถยนต์นั่ง จำนวน 60,486 คัน
- รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน จำนวน 5 คัน
- รถยนต์บริการธุรกิจ จำนวน 10 คัน
- รถยนต์บริการทัศนาจร จำนวน 28 คัน
-รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 227 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ร้อยละ 31.83
- รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล จำนวน 227 คัน
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท PHEV เดือนเมษายน 2569
เดือนเมษายน 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่ มีจำนวน 1,280 คัน ลดลงจากเดือนเมษายนปีที่แล้วร้อยละ 61.07 แบ่งเป็น
-รถยนต์นั่ง และรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 1,280 คัน ลดลงจากเดือนเมษายนปีที่แล้วร้อยละ 61.07
- รถยนต์นั่ง จำนวน 1,279 คัน
- รถยนต์บริการทัศนาจร 1 คัน
เดือนมกราคม-เมษายน 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 5,448 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-เมษายนปีที่แล้วร้อยละ 26.58 แบ่งเป็น
-รถยนต์นั่ง และรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 5,448 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-เมษายนปีที่แล้วร้อยละ 26.58
- รถยนต์นั่ง จำนวน 5,448 คัน
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV ณ วันที่ 30 เมษายน 2569
ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV มีจำนวนทั้งสิ้น 447,351 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 67.63 โดยแบ่งประเภทได้
รถยนต์นั่ง และรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 347,408 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 82.09
รถยนต์นั่ง มีจำนวน 336,360 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 80.09
- รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน มีจำนวน 8,034 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 173.73
- รถยนต์บริการธุรกิจ มีจำนวน 263 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 22.90
- รถยนต์บริการทัศนาจร มีจำนวน 328 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 88.51
- รถยนต์บริการให้เช่า มีจำนวน 6 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 100
- รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอีเลคทรอนิคส์ มีจำนวน 2,417 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 248.27
-รถกระบะ และรถแวน มีจำนวน 1,679 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 71.68
-รถยนต์สามล้อ มีจำนวนทั้งสิ้น 1,053 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 2.33
- รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล มีจำนวน 147 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 22.50
- รถยนต์รับจ้างสามล้อ มีจำนวน 906 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 0.33
-รถจักรยานยนต์ มีจำนวนทั้งสิ้น 92,877 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 32.22
- รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล มีจำนวน 90,709 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 32.18
- รถจักรยานยนต์สาธารณะ มีจำนวน 168 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 52.73
-อื่นๆ
- รถโดยสาร มีจำนวนทั้งสิ้น 2,948 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 3.95
- รถบรรทุก มีจำนวนทั้งสิ้น 1,386 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 41
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV ณ วันที่ 30 เมษายน 2569
ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV มีจำนวนทั้งสิ้น 665,034 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 28.49 โดยแบ่งประเภทได้
-รถยนต์นั่ง และรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 654,874 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 28.91
- รถยนต์นั่ง มีจำนวน 652,896 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 28.85
- รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารฯ มีจำนวน 514 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 1.58
- รถยนต์บริการธุรกิจ มีจำนวน 258 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 73.15
- รถยนต์บริการทัศนาจร มีจำนวน 375 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 41.51
- รถยนต์บริการให้เช่า มีจำนวน 11 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 83.33
- รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอีเลคทรอนิคส์ มีจำนวน 820 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 123.43
-รถกระบะ และรถแวน มีจำนวน 1 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568
- รถจักรยานยนต์ มีจำนวนทั้งสิ้น 10,157 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 6.14
- รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล มีจำนวน 10,157 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 6.14
-อื่นๆ
- รถโดยสาร มีจำนวนทั้งสิ้น 2 คัน ซึ่งเท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV ณ วันที่ 30 เมษายน 2569
ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV มีจำนวนทั้งสิ้น 86,708 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 22.93 โดยแบ่งประเภทได้
-รถยนต์นั่ง และรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 86,708 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 22.93
- รถยนต์นั่ง มีจำนวน 86,611 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 22.96
- รถยนต์โดยสารรับจ้างไม่เกิน 7 คน จำนวน 1 คัน ซึ่งเท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568
- รถยนต์บริการธุรกิจ มีจำนวน 43 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 30.65
- รถยนต์บริการทัศนาจร มีจำนวน 29 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 38.10
- รถยนต์บริการให้เช่า มีจำนวน 3 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 40
- รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอีเลคทรอนิคส์ มีจำนวน 21 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 250









