ข่าวรอบโลก
Land Rover Defender อาจใช้พแลทฟอร์ม Jeep สำหรับผลิตในสหรัฐอเมริกา

JLR ต้องเสียภาษีนำเข้าสหรัฐฯ 10 % สำหรับรถที่ผลิตจากสหราชอาณาจักร และ 15 % สำหรับรถที่ผลิตจากสหภาพยุโรป แต่ถ้าผลิตในสหรัฐฯ จะลดปัญหานี้Highlight
ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า Jaguar Land Rover มีความต้องการผลิตรถในสหรัฐอเมริกา เพื่อลดภาษีนำเข้า แต่ดำเนินการโดยบริษัทเดียวคงไม่สำเร็จ ดังนั้นจึงมีแนวคิดร่วมมือกับ Stellantis เพื่อผลิตรถใหม่ในเวอร์ชันสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะแตกต่างจากทุกรุ่นที่วางจำหน่ายทั่วโลก
Richard Molyneux ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ JLR ยืนยันในที่ประชุม รายงานผลการประกอบการของบริษัทว่า ทั้งสองบริษัทได้ลงนามข้อตกลงเบื้องต้นในเดือนพฤษภาคม และปลายปีนี้จะลงนามใน MOU ด้านการใช้กระบวนการผลิตของ Stellantis ในสหรัฐฯ โดยจะผลิตรถที่มีลักษณะเฉพาะ ไม่เหมือนกับรุ่นที่มีอยู่ในปัจจุบัน
JLR ไม่คิดจะผลิตให้เหมือนกับรุ่นที่วางจำหน่ายอยู่ เพราะการผลิตรุ่นที่มีอยู่แล้วอาจไม่คุ้มทุน ในปีที่ผ่านมาเฉพาะรุ่น Defender มียอดขายในสหรัฐฯ กว่า 30,000 คัน หากจะสร้างโรงงานเพื่อผลิตรถจำนวน 30,000 คัน หรือแม้แต่ 50,000 คัน ก็ไม่น่ามีประสิทธิภาพพอ
JLR จะผลิตรถรุ่นใหม่ที่ต่างจากรุ่นที่มีอยู่ ด้วยการพัฒนา Defender รุ่นใหม่โดยความร่วมมือกับ Stellantis ที่ยังบอกไม่ได้ว่าจะเป็นรถกลุ่มไหน แต่ตัวเลือกที่ชัดเจน คือ เอสยูวีจอมลุยโครงสร้างบอดีออนเฟรม มีการสนับสนุนด้านวิศวกรรมโดย Stellantis นับว่าสมเหตุสมผลดี
ถ้าผลิต Defender โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานของ Jeep Wrangler น่าจะทำราคาได้ต่ำกว่ารุ่นปัจจุบันที่วางจำหน่ายอยู่ และมีคู่แข่งระดับเดียวกัน คือ Jeep Wrangler, Ford Bronco อาจรวมถึงรถไฟฟ้าอย่าง Scout ที่จะมาถึง และช่วยแก้ปัญหาเรื่องราคาสูงของรุ่นปัจจุบัน
JLR ต้องเสียภาษีนำเข้าสหรัฐฯ 10 % สำหรับรถที่ผลิตจากสหราชอาณาจักร และ 15 % สำหรับรถที่ผลิตจากสหภาพยุโรป แต่ถ้าผลิตในสหรัฐฯ จะลดปัญหานี้ ซึ่งสหรัฐฯ ถือเป็นตลาดใหญ่ของ JLR ที่มียอดขายเกือบ 100,000 คัน ในปีงบประมาณที่ผ่านมา ซึ่งเท่ากับ 28 % ของยอดขายทั่วโลกของบริษัท
ไตรมาส 2 ปีนี้ JLR มีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มเป็น 34 % และรถของบริษัทสามารถทำกำไรได้สูงสุดในตลาดนี้ ดังนั้นการผลิต Defender ในสหรัฐอเมริกา จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สมเหตุสมผลที่สุด


