ระเบียงรถใหม่
Mitsubishi Xforce ใช้ชื่อ Outlander Sport HEV เปิดตัวในนิวซีแลนด์ เริ่มต้น 7.6 แสนบาท

Outlander Sport HEV กลายเป็นรถไฮบริดรุ่นแรกของ Mitsubishi ในตลาดนิวซีแลนด์ แต่หน้าตาอาจคุ้นเคยกับคนไทยเป็นอย่างดีHighlight
แม้ตลาดรถยนต์นิวซีแลนด์กำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง แต่ Mitsubishi (มิตซูบิชิ) กลับไม่ได้เลือกเดินเกมด้วยรถ EV เต็มรูปแบบเพียงอย่างเดียว
ล่าสุด Mitsubishi Motors New Zealand เปิดตัว Mitsubishi Outlander Sport HEV (เอาท์แลนเดอร์ สปอร์ท เอชอีวี) รถ SUV ขนาดคอมแพ็กต์ที่ใช้ระบบฟูลไฮบริด และที่น่าสนใจกว่านั้นคือ รถรุ่นนี้ไม่ใช่ชื่อใหม่เสียทีเดียว เพราะในตลาดอื่นทั่วโลกมันคือ Mitsubishi Xforce HEV (เอกซ์ฟอร์ซ เอชอีวี)
การมาของ Outlander Sport HEV จึงถือเป็นก้าวสำคัญของ Mitsubishi ในนิวซีแลนด์ เพราะนี่คือรถยนต์ไฮบริดรุ่นแรกของ Mitsubishi ที่เข้าทำตลาดในนิวซีแลนด์ หลังจากก่อนหน้านี้มีรถ Plug-in Hybrid อย่าง Outlander PHEV (เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี) มาเป็นเวลานาน
Mitsubishi Outlander Sport HEV จะเข้ามาทำตลาดในนิวซีแลนด์ทั้งหมด 2 รุ่นย่อย
สำหรับ ราคา 39,990 ดอลลาร์ของรุ่น XLS เป็น ราคาพิเศษช่วงแนะนำตลาด และรถลอทแรกมีกำหนดเข้าสู่นิวซีแลนด์ก่อนช่วงประมาณเดือนธันวาคม 2026
Outlander Sport HEV ถูกวางตำแหน่งไว้ค่อนข้างชัดเจน นั่นคือการเป็น SUV ไฮบริดสำหรับคนที่ต้องการขยับเข้าสู่รถยนต์ไฟฟ้า แต่ยังไม่พร้อมซื้อรถยนต์ไฟฟ้า 100% ไม่ต้องเสียบปลั๊ก ไม่ต้องคิดเรื่องระยะทางจากแบตเตอรี่ และไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถมากนัก
นี่แหละคือเหตุผลที่ระบบ HEV ยังคงมีพื้นที่ของมัน แม้โลกยานยนต์กำลังพูดถึง EV กันเสียงดังขึ้นทุกวัน
ชื่อ Outlander Sport อาจทำให้หลายคนเข้าใจว่ามันเป็นรถที่อยู่ในตระกูล Outlander แต่ในความเป็นจริง รถรุ่นนี้คือ Xforce ที่ทำตลาดในหลายภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย เปิดตัวครั้งแรกในอินโดนีเซียเมื่อปี 2023
Mitsubishi Xforce ปัจจุบันมียอดจำหน่ายสะสมมากกว่า 77,000 คันทั่วโลกนับตั้งแต่เปิดตัว โดยทำตลาดในเอเชีย ละตินอเมริกา แอฟริกา และตะวันออกกลาง ก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่ตลาดนิวซีแลนด์ในชื่อ Outlander Sport
ส่วนรุ่นไฮบริด HEV เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคม 2025 และผลิตที่โรงงาน Mitsubishi Motors ประเทศไทย จังหวัดชลบุรี
Mitsubishi พัฒนาระบบไฮบริดรุ่นนี้ขึ้นมาเพื่อให้รถสามารถใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าได้มากในสถานการณ์ขับขี่ทั่วไป ขณะที่เครื่องยนต์จะเข้ามาทำงานตามความเหมาะสมของภาระโหลดและความเร็ว
ดังนั้น Outlander Sport HEV จึงไม่ใช่รถที่ Mitsubishi เพิ่งสร้างขึ้นเพื่อขายนิวซีแลนด์โดยเฉพาะ แต่เป็นโมเดลที่ผ่านการทำตลาดในหลายประเทศมาแล้ว และถูกนำมาปรับชื่อและสเปกให้เหมาะกับตลาดท้องถิ่น
Outlander Sport HEV ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร MIVEC ทำงานร่วมกับระบบไฮบริดรุ่นล่าสุดของ Mitsubishi โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 85 kW หรือประมาณ 116 แรงม้า และใช้แบทเตอรีลิเธียม-ไอออน
ระบบสามารถสลับรูปแบบการทำงานระหว่าง EV Drive, Hybrid Drive และ Engine Drive ตามสถานการณ์ โดยเฉพาะช่วงออกตัวหรือขับด้วยความเร็วต่ำ รถสามารถใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก ขณะที่เครื่องยนต์สามารถทำหน้าที่ผลิตพลังงานไฟฟ้าหรือช่วยขับเคลื่อนตามสถานการณ์
อีกจุดที่ Mitsubishi ให้ความสำคัญคือ Regenerative Braking หรือระบบนำพลังงานกลับมาเก็บในแบทเตอรีขณะชะลอความเร็ว พูดแบบภาษาคนใช้รถก็คือ รถคันนี้พยายามเอาพลังงานที่ปกติเราทิ้งไปตอนเบรกกลับมาใช้ใหม่ และนั่นเป็นหัวใจของระบบในรถประเภท HEV
Mitsubishi ระบุอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของ Outlander Sport HEV ไว้ที่ 4.0 ลิตร/100 กม. (25 กม./ลิตร) ตามมาตรฐาน WLTP พร้อมค่าการปล่อย CO₂ ที่ 95 กรัม/กม.
แน่นอนว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นค่าทดสอบมาตรฐาน ไม่ใช่ตัวเลขที่รับประกันว่าผู้ใช้ทุกคนจะทำได้จริง เพราะการขับรถในชีวิตประจำวันขึ้นอยู่กับน้ำหนักบรรทุก สภาพการจราจร อุณหภูมิ ความเร็ว และรูปแบบการขับของแต่ละคน
Outlander Sport HEV เป็นรถ SUV 5 ที่นั่ง ขนาดยาว 4,390 มม. กว้าง 1,810 มม. และฐานล้อ 2,650 มม. พื้นที่เก็บสัมภาระมีความจุ 329 ลิตรเมื่อพับเบาะหลัง (เบาะหลังพับได้แบบ 40:20:40) และนที่เก็บของใต้พื้น 21 ลิตร เบาะแถวสองสามารถพับลงได้เกือบราบ
มากับโหมดการขับขี่ Normal, Wet, Gravel, Mud และ Tarmac รองรับสภาพถนนหลากหลายรูปแบบ
Outlander Sport HEV ที่ขายในนิวซีแลนด์ให้อุปกรณ์มาตรฐานมาไม่น้อย ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น XLS ทั้งหลังคากระจก Panoramic, หน้าจอกลาง 12.3 นิ้ว, จอแสดงข้อมูลผู้ขับขี่ 8 นิ้ว, Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย, ระบบปรับอากาศ Dual-zone รวมถึงล้อขนาด 18 นิ้ว
ส่วนรุ่น VRX เพิ่มระบบเครื่องเสียง Yamaha, ระบบชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย, Ambient Lighting, กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา, เบาะคนขับปรับไฟฟ้า และประตูท้ายไฟฟ้าแบบ Hands-free
ด้านความปลอดภัยก็จัดมาให้ค่อนข้างครบ ทั้ง Adaptive Cruise Control, Forward Collision Mitigation, Blind Spot Warning, Rear Cross Traffic Alert และระบบแจ้งเตือนเมื่อรถคันหน้าออกตัว โดยรุ่น VRX เพิ่มระบบ Multi-around View Monitor และ Moving Object Detection
ติดตามความเคลื่อนไหวทั้งหมดในวงการ รถยนต์


