บทความ
Dodge Caravan/Plymouth Voyager บุกเบิกรถ Minivan และกอบกู้ Chrysler จากความตาย

Dodge Caravan/Plymouth Voyager นอกจากบุกเบิกตลาด Minivan แล้ว ยังเป็นรถรุ่นสำคัญที่กอบกู้ Chrysler กลับมาHighlight
วันที่ 2 พฤศจิกายน 1983 อาจนับได้ว่าเป็นหนึ่งในวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ยานยนต์โลก เมื่อรถตู้รหัสโครงการ T-115 คันแรกได้ออกจากสายการผลิตที่ โรงงาน Windsor รัฐออนตาริโอ ประเทศแคนาดา
รถรุ่นนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในชื่อ Dodge Caravan (ดอดจ์ คาราวาน) และ Plymouth Voyager (พลีมัธ วอยาเจอร์) รุ่นปี 1984 นี่ไม่ใช่แค่การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ธรรมดา แต่เป็นการให้กำเนิดเซกเมนท์ Minivan (มีนีแวน) ที่เข้ามาพลิกพฤติกรรมการซื้อรถของครอบครัวชาวอเมริกัน
และที่สำคัญที่สุด คือ มันได้กลายเป็นรถยนต์โมเดลสำคัญที่ช่วยกอบกู้สถานการณ์ของ Chrysler (ไครสเลอร์) ให้รอดพ้นจากการล้มละลายได้อย่างเหลือเชื่อในยุคนั้น
เบื้องหลังความสำเร็จของ Minivan ต้องยกเครดิทให้แก่วิศวกร Hal Sperlich และผู้บริหารระดับตำนาน Lee Iacocca
เดิมที Sperlich เคยนำเสนอแนวคิดรถตู้ขนาดเล็ก (พโรเจคท์ Mini-Max) ให้แก่ผู้บริหารของ Ford (ฟอร์ด) ในช่วงทศวรรษ 1970 แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดี จนกระทั่งทั้งสองคนย้ายมาบริหารที่ Chrysler ซึ่งขณะนั้นกำลังเผชิญวิกฤตทางการเงินอย่างหนัก และต้องการผลิตภัณฑ์ที่จะมากู้ชีพแบรนด์
Iacocca ได้ตัดสินใจอนุมัติพโรเจคท์ T-115 ในช่วงปลายปี 1979 ด้วยงบประมาณราว 500-660 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 1.7-2.2 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเงินทุนส่วนหนึ่งมาจากเงินกู้ค้ำประกันโดยรัฐบาลกลางสหรัฐฯ
เป้าหมายของพวกเขา คือ การสร้างรถยนต์ที่มีพื้นที่กว้างขวางแบบรถตู้ แต่ต้องขับง่าย นุ่มนวล และประหยัดน้ำมันเหมือนรถเก๋ง
Dodge Caravan และ Plymouth Voyager ปี 1984 ใช้สถาปัตยกรรมที่แตกต่างจากรถตู้เพื่อการพาณิชย์ในยุคก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง
ในยุคที่อุตสาหกรรมยานยนต์อเมริกันเพิ่งฟื้นตัวจากวิกฤตน้ำมัน Chrysler มีเป้าหมายชัดเจนว่าเครื่องยนต์ของ Minivan ไม่จำเป็นต้องบ้าพลังแบบรถสปอร์ท หรือกินน้ำมันจุกจิกแบบรถตู้เชิงพาณิชย์ยุคเก่า แต่ต้องเน้นความประหยัด และทนทาน
สิ่งที่ทำให้ Dodge Caravan และ Plymouth Voyager ชนะใจลูกค้า และกวาดยอดขายถล่มทลาย ไม่ใช่แค่รูปทรงภายนอก แต่เป็นความชาญฉลาดในการออกแบบห้องโดยสาร ซึ่ง Chrysler ใช้คำโปรโมทในโฆษณาว่า Magic Wagon
ตัวรถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 7 ที่นั่ง แบ่งเป็น เบาะคู่หน้า, เบาะแถว 2 แบบ 2 ที่นั่ง และเบาะแถว 3 แบบ 3 ที่นั่ง จุดขายที่เป็นไฮไลท์ คือ เบาะโดยสารแถวหลังสามารถถอดออกได้อย่างรวดเร็ว เพื่อเปลี่ยนจากรถตู้ครอบครัวแสนสบาย ให้กลายเป็นรถบรรทุกสัมภาระที่มีพื้นที่เรียบ และกว้างขวาง
ก่อนยุค 80 รถตู้โดยสารส่วนใหญ่สร้างบนโครงสร้างแบบ Body-on-frame และขับเคลื่อนล้อหลัง ซึ่งมีข้อเสีย คือ รถมีน้ำหนักมาก จุดศูนย์ถ่วงสูง และมีอาการโยนตัวเวลาเข้าโค้ง
แต่ Hal Sperlich เลือกที่จะใช้พแลทฟอร์ม S-Platform ซึ่งต่อยอดมาจากรถเก๋งรหัส K-Car โดยเปลี่ยนมาใช้โครงสร้างตัวถังแบบชิ้นเดียว (Unibody) ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า
ผลลัพธ์ที่ได้ คือ รถที่น้ำหนักเบาลง และเมื่อไม่มีเพลากลางส่งกำลังไปล้อหลัง พื้นห้องโดยสารจึงเรียบ และต่ำลง รวมถึงจุดศูนย์ถ่วงของรถก็ต่ำลง ทำให้เกาะถนนดี และไม่โคลงเคลง
เพื่อให้การขับขี่เหมือนรถยนต์นั่งมากที่สุด วิศวกรได้ติดตั้งระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง มีไฮไลท์สำคัญ คือ การเปลี่ยนมาใช้ระบบพวงมาลัยแบบฟันเฟือง และตัวหนอน แทนระบบลูกปืนหมุนวน พวงมาลัยแบบนี้ให้ความแม่นยำ น้ำหนักเบา และมีรัศมีวงเลี้ยวที่แคบกว่า
โจทย์ที่ยากที่สุดของรถครอบครัว คือ ช่วงล่างด้านหลังต้องนุ่มเมื่อขับคนเดียว แต่ต้องไม่ย้วยเมื่อบรรทุกผู้โดยสารเต็ม 7 ที่นั่ง พร้อมสัมภาระ
Chrysler เลือกใช้ระบบช่วงล่างหลังแบบ คานแข็งท่อกลม ทำงานคู่กับ แหนบแผ่น หลายคนอาจมองว่า แหนบ คือ ช่วงล่างของรถกระบะที่แข็งกระด้าง แต่เหตุผลที่ Chrysler เลือกใช้แหนบเพราะมันใช้พื้นที่ในแนวตั้งน้อยมาก ชิ้นส่วนทั้งหมดซ่อนอยู่ใต้ท้องรถได้อย่างแนบเนียน ช่วยให้พื้นห้องโดยสารด้านหลังต่ำ และเรียบสนิท
นอกจากนี้ ทีมวิศวกรยังเซทค่าความแข็งของแหนบให้ได้ความสมดุลระหว่างการรับน้ำหนักบรรทุก และความนุ่มนวลที่ไม่ทำให้ผู้โดยสารในเบาะแถว 3 ต้องเวียนหัว
Dodge Caravan และ Plymouth Voyager ออกวางจำหน่ายในปี 1984 กระแสตอบรับก็ถล่มทลายจนยอดสั่งจองล้นทะลัก ลูกค้าหลายรายต้องรอคิวนานหลายสัปดาห์กว่าจะได้รับรถ
จุดเด่นเรื่องความอเนกประสงค์ การขึ้น-ลงที่ง่าย และพื้นที่เก็บสัมภาระที่มากกว่ารถแบบแวกอนเกือบ 2 เท่า ทำให้ผู้บริโภคหันมาเลือกใช้ Minivan แทนรถแวน Station Wagon ที่เคยได้รับความนิยมมายาวนาน
นอกจากนี้ Plymouth Voyager ในรุ่นทอพอย่าง LE ยังมีการตกแต่งลายไม้ด้านข้างตัวรถ ซึ่งเป็นการท้าชน และดึงลูกค้ากลุ่ม Station Wagon เดิมโดยตรง
ยอดขายที่พุ่งทะยานสร้างผลกำไรมหาศาล ช่วยให้ Chrysler มีสภาพคล่องทางการเงินที่แข็งแกร่ง จนสามารถชำระคืนเงินกู้จากรัฐบาลกลางได้ก่อนกำหนดหลายปี
1984 Dodge Caravan และ Plymouth Voyager ไม่ได้เป็นเพียงหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ยานยนต์ แต่มันคือการสร้างมาตรฐานใหม่ที่บังคับให้ค่ายรถยนต์ระดับโลกแทบทุกค่ายต้องหันมาพัฒนารถยนต์ Minivan ของตัวเอง
แม้ในปัจจุบันตลาดรถครอบครัวจะถูกแทนที่ด้วยรถเอสยูวีไปมากแล้ว แต่ DNA ความอเนกประสงค์ของความเป็นรถครอบครัวก็ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของยานยนต์อเนกประสงค์มาจนถึงทุกวันนี้


