ธุรกิจ
ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์/7/Nov/2026
ข่าวเด่นสัปดาห์นี้ คงหนีไม่พ้นประเด็นร้อน ครม. ประกาศปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า ที่นำเข้าจากต่างประเทศ เป็น 35 % จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป ตามติดด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ เพื่อกระตุ้นตลาดส่งท้ายปีกันอย่างต่อเนื่องHighlight
ขึ้นภาษีสรรพสามิตรถ EV
กระทรวงการคลัง มีมติเห็นชอบปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า ทั้ง BEV และ REEV ที่นำเข้าจากต่างประเทศ เป็น 35 % จากปัจจุบัน BEV เสียภาษีอัตรา 10 % และ REEV เสียอัตราภาษี 15 % โดยอัตราภาษีที่ปรับใหม่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป
การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิต และส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า ไม่ใช่เพียงตลาดรองรับรถยนต์นำเข้า พร้อมสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการที่เข้ามาลงทุนตั้งโรงงาน และผลิตรถยนต์ในประเทศ ซึ่งมีการจ้างงานคนไทย และสร้างห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมยานยนต์มาอย่างต่อเนื่อง
3 หลักการปรับโครงสร้างภาษี
- เป็นการนำเข้าเพื่อดึงดูดการลงทุน (Investment-Driven Import)
- เป็นศูนย์กลางการส่งออกยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Regional and Global EV Hub)
- ยกระดับการใช้ชิ้นส่วนในประเทศที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High Value-Added Local Content)
เตรียมขึ้นภาษีรถ EV คาดบังคับใช้ 1 มค. 70
.........................................................................................................................................
Toyota ปลื้มยอดขายเดือน กย. เติบโต 3.05 %




.........................................................................................................................................
GWM เตรียมเปิดตัว ORA 5 Plus ครั้งแรกของโลก
GWM (Thailand) เปิดตัว GWM ORA 5 Plus อย่างเป็นทางการครั้งแรกของโลก (Global Debut) ในประเทศไทย ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 นี้ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม GWM ORA ในการนำเสนอทางเลือกใหม่ที่สะท้อนทิศทางทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ GWM เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง
GWM เตรียมเผยรายละเอียด และข้อมูลที่น่าสนใจของ GWM ORA 5 Plus ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 นี้ พร้อมจัดงานภายใต้ชื่อ “ORA 5 Plus: Space Explore Day” ณ Soul ทรงวาด เพื่อเปิดโอกาสให้สื่อมวลชน และผู้ที่สนใจได้ร่วมสัมผัส และสำรวจประสบการณ์ใหม่ของ ORA 5 Plus อย่างใกล้ชิด ผ่านบรรยากาศ และกิจกรรมที่สะท้อนเอกลักษณ์ของรถยนต์รุ่นใหม่นี้ ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสาร รายละเอียดการเปิดตัว และกิจกรรมเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทาง Official Facebook Page ของ GWM Thailand
.........................................................................................................................................
Denza เปิดตัว D9
บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่าย และให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ BYD และ Denza อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจ Rever ยกระดับมาตรฐานรถ Large MPV ไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัว New Denza D9 ใหม่ ภายใต้แนวคิด "Limitless Elegance" นำเสนอ "ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม" ที่ผสานความหรูหรา ความสะดวกสบาย เทคโนโลยี และพื้นที่ใช้สอยสำหรับการเดินทางที่หลากหลาย พร้อมนวัตกรรม BYD 2nd Generation Blade Battery และ BYD Flash Technology รองรับการชาร์จไวจาก 10-97 % ภายในเวลาเพียง 9 นาที
New Denza D9 มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Extended ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ให้กำลังสูงสุด 340 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 365 นิวทันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8.5 วินาที ระยะทางวิ่งสูงสุด 730 กม. ตามมาตรฐาน NEDC และรุ่น Performance AWD ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) ให้กำลังสูงสุด 410 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 445 นิวทันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.3 วินาที ระยะทางวิ่งสูงสุด 650 กม. ตามมาตรฐาน NEDC โดยทั้ง 2 รุ่นมาพร้อม BYD 2nd Generation Blade Battery ขนาด 115 กิโลวัตต์ชั่วโมง สถาปัตยกรรม 1000V BYD Flash Technology และช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-C Dual-Valve
ยกระดับทุกที่นั่งสู่ความสะดวกสบายระดับพรีเมียม พร้อมพื้นที่ใช้สอยที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง
New Denza D9 จัดวางเบาะ 7 ที่นั่ง แบบ 2-2-3 โดยรุ่น Performance AWD ยกระดับความหรูหราด้วยเบาะหนังแท้ Nappa การตกแต่งด้วยไม้แท้ และวัสดุบุเพดานหนังกลับคุณภาพเยี่ยม สำหรับรุ่น Extended มาพร้อมเบาะแถว 2 แบบ Zero Gravity ปรับไฟฟ้าพร้อมระบบนวด 10 จุด ขณะที่รุ่น Performance AWD ยกระดับเป็นเบาะ Air SPA Zero-Gravity ปรับไฟฟ้า 14 ทิศทาง พร้อมจุดนวด 16 จุด เบาะแถว 3 ของทั้ง 2 รุ่นปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง และพับไฟฟ้า รวมทั้งยังมีระบบอุ่น และระบายอากาศในที่นั่งแถว 3 โดยรุ่น Performance AWD เพิ่มระบบอุ่น และระบายอากาศ และมาพร้อมหน้าจอมัลทิมีเดียสำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 ขนาด 12.8 นิ้ว จำนวน 2 จอ พร้อม HD Webcam เติมเต็มความยืดหยุ่นในการใช้งานด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่ขยายได้สูงสุด 2,436 ลิตร รวมช่องเก็บของใต้พื้น 126 ลิตร และรองรับกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้ว ได้ถึง 7 ใบ
ปลดลอคการเดินทางไกลด้วย "BYD Flash Technology" พร้อมสมรรถนะ และช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-C Dual-Valve
New Denza D9 มาพร้อม BYD 2nd Generation Blade Battery ความจุ 115 กิโลวัตต์ชั่วโมง บนสถาปัตยกรรม 1000V รองรับ BYD Flash Technology สามารถชาร์จไฟจาก 10-70 % ในเวลาเพียง 5 นาที และจาก 10-97 % ภายในเวลาเพียง 9 นาที* พร้อมช่วงล่างอัจฉริยะแบบวาล์วคู่ DiSus-C Dual-Valve ที่ช่วยยกระดับทั้งความนุ่มนวล และเสถียรภาพในการขับขี่ ลดอาการโคลงขณะเข้าโค้งลง 22 % และลดอาการหน้าเชิด-ท้ายยุบลง 24 %
อัดแน่นเทคโนโลยีอัจฉริยะ เติมเต็มความสะดวกสบาย และความปลอดภัยรอบคัน
New Denza D9 มาพร้อมหน้าจอสัมผัสระบบมัลทิมีเดียขนาด 15.6 นิ้ว ระบบเสียง Devialet พร้อมลำโพง 16 ตำแหน่ง ระบบสั่งงานด้วยเสียงอิสระ 6 โซน พร้อม Google Built-in แท่นชาร์จไร้สาย 50W 4 จุด ถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง ระบบ ADAS พร้อมระบบช่วยแจ้งเตือนอันตรายจากพฤติกรรมของผู้ขับขี่ (DMS) โดยรุ่น Performance AWD เพิ่มอุปกรณ์ล้ำสมัย อาทิ W-HUD ขนาด 12 นิ้ว กระจกมองหลังแบบ Streaming Rearview Mirror และระบบ AR Projection สำหรับเปิดประตูสไลด์ไฟฟ้า และฝาท้ายอัตโนมัติ และยกระดับความสะดวกด้วย Denza Digital Key เปลี่ยนสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ที่รองรับให้เป็นกุญแจดิจิทอลสำหรับลอค และปลดลอคตัวรถได้อย่างง่ายดาย พร้อมทางเลือกการเข้าถึงรถรวม 7 รูปแบบ ตั้งแต่ Smart Key, Micro Switch, NFC Key Card และการสั่งงานระยะไกลผ่าน BYD App ไปจนถึงกุญแจแบบดอก (Mechanical Key) สำหรับกรณีฉุกเฉิน
สะท้อนเอกลักษณ์ Large MPV ผ่านดีไซจ์นสง่างามเหนือกาลเวลา
New Denza D9 ถ่ายทอดเอกลักษณ์ผ่านแนวคิดการออกแบบด้านหน้า π-Motion เสริมด้วยไฟท้าย LED รูปทรงลูกศร และเส้นสายด้านข้างที่ได้แรงบันดาลใจจากดาวตก ตัวรถมาพร้อมประตูสไลด์ไฟฟ้า 2 ด้าน และมีสีภายนอก ได้แก่ Whale Sea Blue, Arctic White, Quantum Black และ Titanium Grey
New Denza D9 สานต่อความสำเร็จของ Denza D9 ไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการรักษาเอกลักษณ์ความหรูหราเหนือกาลเวลา และฟังค์ชันหลักอันครบครัน โดยในรุ่น Extended ได้เพิ่มเติมระบบกันสะเทือนอัจฉริยะ DiSus-C แบบวาล์วคู่ (Dual-Valve) ระบบช่วยเตือน และเบรคอัตโนมัติเมื่อมีรถผ่านทางแยกด้านหน้า (FCTA และ FCTB) รวมถึงระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ (DMS) ในขณะที่รุ่น Performance AWD ได้รับการเพิ่มเติมสมรรถนะ และฟังค์ชันอำนวยความสะดวกเฉพาะด้าน อาทิ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.3 วินาที ระยะทางวิ่งสูงสุด 650 กม. (NEDC) เบาะนั่งแถว 2 แบบ Air SPA Zero-Gravity พร้อมระบบนวด 16 จุด ระบบระบายอากาศ และอุ่นเบาะนั่งแถว 3 หน้าจอมัลทิมีเดียสำหรับผู้โดยสารแถว 2 ขนาด 12.8 นิ้ว พร้อมกล้องเวบแคม และระบบ AR-Projection สำหรับเปิด-ปิดประตูสไลด์ไฟฟ้า และฝาท้ายอัตโนมัติ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่เคียงคู่ไปกับมาตรฐานความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล Denza D9
สัมผัส New Denza D9 ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม ที่พร้อมเติมเต็มทุกการเดินทางอย่างเหนือระดับได้แล้ววันนี้ โดยมีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Premium (FWD) ในราคาจำหน่ายปี 2569 ที่ราคา 2,199,900 บาท และรุ่น Performance AWD ในราคาจำหน่ายปี 2569 ที่ราคา 2,599,900 บาท ซึ่งเป็นข้อเสนอราคาพิเศษสำหรับลูกค้าที่รับรถภายในปี 2569 ก่อนมีการปรับราคาจำหน่ายขึ้นในปี 2570 ตามโครงสร้างอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสคันจริง และทดลองขับ New Denza D9 ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ โชว์รูม และศูนย์บริการ Denza ทั่วประเทศ
* ข้อมูลการชาร์จเป็นไปตามเงื่อนไขการทดสอบ และต้องใช้ระบบชาร์จที่รองรับ ระยะทางวิ่งเป็นไปตามมาตรฐาน NEDC ระยะทางจริงอาจแตกต่างตามพฤติกรรมการขับขี่ น้ำหนักบรรทุก สภาพการจราจร สภาพอากาศ และปัจจัยอื่นๆ
.........................................................................................................................................
Toyota เปิดตัว Innova Zenix ใหม่ ราคาเดิมช่วงแนะนำ 1,379,000-1,489,000 บาท
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำ Toyota Innova Zenix รุ่นปรับปรุง ปี 2569 รถยนต์ไฮบริดอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ภายใต้แนวคิด “Where We all Belong” ที่พร้อมจะเป็นรถยนต์คันสนิทที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ให้แก่สมาชิกทุกคนในครอบครัว รวมถึงสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของทุกคน ด้วยการยกระดับความสะดวกสบาย และความอุ่นใจกับความ Smart ไปอีกขั้น
บริการใหม่ สั่งการง่ายได้ทุกที่กับ “Toyota Remote Control” บริการสั่งการรถยนต์จากระยะไกล และตรวจสอบสถานะผ่านแอพพลิเคชัน ชื่อ “Toyota Remote” เช่น เปิด-ปิดแอร์, ลอค-ปลดลอคประตู, ตรวจสอบสถานะรถจากมือถือด้วย Connected Technology และฟังค์ชันอื่นๆ อีกมากมาย
นอกจากนี้ พร้อมอัพเกรดความพรีเมียมทันสมัยภายในห้องโดยสาร ด้วยหน้าจอสัมผัส (Display Audio) และจอแสดงผลข้อมูลผู้ขับขี่ (MID) ขนาด 12.3 นิ้ว โดยมีทางเลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น HEV Smart และรุ่น HEV Premium พร้อมราคาพิเศษช่วงแนะนำ เริ่มต้นเพียง 1,379,000 บาท
Innova Zenix รุ่นปรับปรุง ปี 2569 มาพร้อมโครงสร้าง TNGA และเครื่องยนต์ไฮบริด Dynamic Force 2.0 ลิตร แบทเตอรีไฮบริดแบบ Li-ion ทำงานร่วมกับระบบส่งกำลังอัตโนมัติ E-CVT ให้กำลังสูงสุด 201 แรงม้า (PS) มอบสมรรถนะการขับขี่ที่มั่นคง แต่ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวล อัตราการใช้เชื้อเพลิง 21.3 กม./ลิตร (อ้างอิงจาก ECO Sticker) รองรับแกสโซฮอล E20 มั่นใจสูงสุดด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก Toyota Safety Sense ตลอดจนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมครบครัน เช่น เบาะนั่งแถว 2 แบบ Captain Seat ปรับไฟฟ้า พร้อมเบาะรองน่อง Ottoman, เบาะแถว 3 พับเรียบ 50:50 และประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า พร้อม Kick Activated
นอกจากนี้ ยังมาพร้อมสิทธิประโยชน์ด้านบริการหลังการขายที่มอบความอุ่นใจ และคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งานด้วยสิทธิพิเศษครบวงจร อาทิ ประกันภัย PHYD, โปรแกรมสะสมคะแนน Toyota Alive-X และโปรแกรม TCFR Plus+ สิทธิประโยชน์ขยายระยะเวลารับรองการใช้งานแบทเตอรีไฮบริด 10 ปี พร้อมรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทางตามการเชคระยะอย่างต่อเนื่อง
หมายเหตุ : *ราคาช่วงแนะนำ ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน-31 ธันวาคม 2569 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
Innova Zenix รุ่นปรับปรุง ปี 2569
2 รุ่นย่อย พิเศษ ! ราคาเดิม เฉพาะช่วงแนะนำ*
· รุ่น HEV Premium 1,489,000 บาท*
· รุ่น HEV Smart 1,379,000 บาท*
ทางเลือกสีภายนอก 3 สี
· สีขาวมุก-Platinum White Pearl Mica (ราคาเพิ่ม 10,000 บาท)
· สีเงิน-Silver Metallic
· สีดำ-Attitude Black Mica
**ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมเครื่องปรับอากาศ และภาษีมูลค่าเพิ่ม เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
หมายเหตุ : *ราคาช่วงแนะนำ ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน-31 ธันวาคม 2569 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
พร้อมกันนี้ Toyota ยกระดับประสบการณ์การใช้งานรถยนต์ให้สะดวก และปลอดภัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทอลมากยิ่งขึ้น ด้วยบริการ Toyota Remote Control บริการสั่งการรถยนต์จากระยะไกล และตรวจสอบสถานะผ่านแอพพลิเคชัน Toyota Remote เพื่อเพิ่มความสะดวก และความปลอดภัยในการใช้งานรถยนต์ ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะ และสั่งการรถยนต์จากระยะไกล ผ่านแอพพลิเคชันบนมือถือ (สำหรับรถรุ่นที่ติดตั้งอุปกรณ์ Connected Gen 3)
ใหม่ ! บริการ Toyota Remote Control มาพร้อมฟังค์ชันที่ช่วยเพิ่มความสะดวก และปลอดภัยในการขับขี่
|
Convenience ความสะดวก ควบคุมรถได้ง่าย |
|
|
1. ควบคุมแอร์ |
สั่งเปิด-ปิดระบบปรับอากาศ และตั้งเวลาล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมของห้องโดยสารก่อนขึ้นรถ |
|
2. ควบคุมรถระยะไกล |
ลอค-ปลดลอคประตู สั่งงานไฟฉุกเฉิน และแตร เพิ่มความสะดวก และความอุ่นใจ |
|
3. ตรวจสอบสถานะรถ |
ตรวจสอบสถานะรถ เช่น ประตู กระจก ฝากระโปรง ซันรูฟ และไฟหน้า ได้จากระยะไกล เพิ่มความมั่นใจ เชคความเรียบร้อยของรถได้ทุกที่ |
|
|
|
|
4. แจ้งเตือนความผิดปกติของรถ |
แจ้งเตือนความผิดปกติของรถ พร้อมคำแนะนำเบื้องต้น เพื่อเตรียมรับบริการได้อย่างเหมาะสม |
|
5. แจ้งเตือนการโจรกรรม |
แจ้งเตือนเมื่อสัญญาณกันขโมยทำงาน เพื่อให้รับรู้เหตุผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว |
|
6. ช่วยเหลือฉุกเฉิน |
ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินผ่านปุ่ม SOS ภายในรถ |
|
7. แจ้งเตือนการใช้งานรถ |
กำหนดเงื่อนไข และรับการแจ้งเตือนเมื่อใช้ความเร็วเกินกำหนด ออกนอกพื้นที่ หรือขับเกินระยะทางที่กำหนด เพื่อช่วยติดตามการใช้งานรถ |
*ฟังค์ชันการใช้งาน Toyota Remote Control อาจแตกต่างกันตามเกรดของรถยนต์ และเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด
ลูกค้าจะได้รับสิทธิ์ Smart package เพื่อใช้งานบริการ Toyota Remote Control ครบทุกฟังค์ชัน ฟรี 2 ปี นับจากวันส่งมอบรถ (มูลค่า 3,180 บาท หรือเฉลี่ย 1,590 บาท/ปี) ภายหลังสิ้นสุด ลูกค้าสามารถสมัครแพคเกจเพื่อใช้งานบริการต่อเนื่อง โดยรายละเอียดแพคเกจ และเงื่อนไขการให้บริการจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับ Innova Zenix รุ่นปรับปรุง ปี 2569 (ตั้งแต่ 3 พฤศจิกายน-31 ธันวาคม 2569)
“อิน” ไปกับโปรโมชันสุดพิเศษ
- ทางเลือกที่ 1 : ดอกเบี้ยพิเศษ 1.59 %*
- ทางเลือกที่ 2 : ประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD*
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
“อิน” เพิ่มไปกับ “Toyota ดีลดี เวรีกูด !” รวมกว่า 470 ล้านบาท
- ดีลต่อที่ 1 : สแกน QR Code เลือกรับเลย บัตรกำนัลซื้อรถยนต์ส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท* หรือส่วนลดดอกเบี้ยสูงสุด 0.4 %*
- ดีลต่อที่ 2 : จองใน 7 วัน ลุ้นรับเพิ่ม บัตรกำนัลซื้อรถยนต์ส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท ทุกสัปดาห์ รวมกว่า 800 รางวัล**
- ดีลต่อ 3 : ออกรถลุ้นรางวัลใหญ่ iPhone DUO และรางวัลอื่นๆ มูลค่ารวมกว่า 1.69 ล้านบาท***
หมายเหตุ :
*สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นเจ้าของรถยนต์ Toyota
**กำหนดจับรางวัลต่อที่ 2 ทั้งหมด 8 ครั้ง แบ่งเป็นครั้งละ 100 รางวัล ทั้งหมดรวม 800 รางวัล โดยรางวัลแต่ละครั้งมาจากลูกค้าที่จอง และซื้อรถยนต์ Toyota ทุกรุ่น รางวัลที่ 1 บัตรกำนัลส่วนลด 100,000 บาท 1 รางวัล รางวัลที่ 2 บัตรกำนัลส่วนลด 50,000 บาท 9 รางวัล รางวัลที่ 3 บัตรกำนัลส่วนลด 20,000 บาท 90 รางวัล
***เฉพาะผู้ที่ทำการซื้อรถยนต์ และรับรถภายใน 31 มกราคม 2570 ภายใต้การลงทะเบียน QR Code ในต่อที่ 1 มีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลในต่อที่ 3 จำนวนรวม 88 รางวัล
ขยายระยะเวลาการคุ้มครองด้วยโปรแกรม TCFR Plus+
- ขยายระยะรับประกันคุณภาพสูงสุดถึง 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) สำหรับ 14 ระบบมาตรฐานรถยนต์*
- ขยายระยะรับประกันคุณภาพสูงสุดถึง 8 ปี หรือ 225,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) สำหรับ 4 ระบบ ประกอบด้วย เครื่องยนต์, ส่งกำลัง, ขับเคลื่อน และเครื่องปรับอากาศ*
- ขยายระยะเวลารับรองการใช้งานแบทเตอรีไฮบริด 10 ปี พร้อมรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
ทางเลือกการเป็นเจ้าของรูปแบบใหม่ Kinto
มีรถใช้ แบบไม่ต้องซื้อ กับบริการเช่ารถยนต์ระยะยาวจาก Toyota ที่ออกแบบมาเพื่อให้ชีวิตการขับขี่สะดวกสบาย และง่ายดายยิ่งขึ้น
สัมผัส Innova Zenix รุ่นปรับปรุง ปี 2569 ในราคาเริ่มต้นเพียง 25,400 บาท/เดือน จ่ายราคาเดียวเท่ากันทุกเดือน พร้อมบริการครบวงจรตลอดอายุสัญญา ทั้งประกันภัยชั้น 1 การบำรุงรักษาตามระยะ พรบ. และภาษีประจำปี ให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องง่ายด้วย Kinto One
พบกันในงาน "มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43" (The 43rd Thailand International Motor Expo 2026) IMPACT Challenger 1-3 วันที่ 2-13 ธันวาคม 2569
.........................................................................................................................................
Zeekr เปิดตัว 7X Black Edition 30 คันเท่านั้น
Zeekr แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมเปิดตัว Zeekr 7X Black Edition รุ่นพิเศษที่ได้รับการออกแบบพิเศษสำหรับผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบความสปอร์ท ดุดัน และมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีจำนวนจำกัดเพียง 30 คัน ราคา 1,799,000 บาท ฉลองยอดส่งมอบครบ 10,000 คัน ในประเทศไทย
ในช่วงที่ Zeekr เดินหน้าสร้างหมุดหมายสำคัญในตลาดโลก หนึ่งในรุ่นที่ได้รับความนิยมในตลาดทั่วโลก คือ Zeekr 7X รถเอสยูวีไฟฟ้าพรีเมียม ที่ปัจจุบันได้สร้างยอดผลิตทะลุ 200,000 คัน และได้กระจายไปตลาดสำคัญทั่วโลก Zeekr ประเทศไทย ได้ตอกย้ำกระแสตอบรับของเอสยูวีไฟฟ้าพรีเมียมรุ่นนี้ โดยสามารถทำยอดขายได้มากกว่า 3,000 คัน ภายในช่วงระยะเวลาเพียง 1 ปี ซึ่ง Zeekr 7X Black Edition มีการเสริมบุคลิกที่สปอร์ท คมเข้ม และโดดเด่นขึ้นด้วยตัวถังภายนอกสีดำ ตกแต่งด้วยขอบกันชนด้านหน้า และด้านหลัง รวมถึงขอบประตูตกแต่งด้วยสีดำเงา ล้ออัลลอยสีดำดีไซจ์นสปอร์ทขนาด 20 นิ้ว โลโก 7X สีดำด้านท้ายตัวรถ และราวหลังคาสีดำ เติมเต็มอารมณ์ความสปอร์ทด้วยภายในห้องโดยสารสีดำ ด้วยเบาะหนัง Nappa เกรดพรีเมียม ถ่ายทอดภาพลักษณ์ที่สปอร์ท เรียบหรู และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ด้านสมรรถนะ Zeekr 7X Black Edition ยังคงรักษาประสิทธิภาพการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม เทคโนโลยีขั้นสูง และคุณสมบัติระดับพรีเมียมของ รุ่น AWD Performance ด้วยกำลังสูงสุด 637 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 710 นิวทันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที พร้อมสถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดันสูง 800V รองรับ Ultra-fast Charging จาก 10-80 % ได้ภายใน 16 นาที*
นอกจากนี้ Zeekr 7X Black Edition ยังมาพร้อมเทคโนโลยี และฟีเจอร์อำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม อาทิ Zeekr Stargate ที่แถบไฟ LED ขนาดเทียบเท่าจอ LED ขนาด 93 นิ้ว ที่สามารถปรับเปลี่ยนลวดลายตามสไตล์ที่ต้องการ พร้อมโลโก Zeekr เรืองแสงตรงกลาง ประตูเปิด-ปิดไฟฟ้า 4 บาน ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง Zeekr AD ระบบป้องกันความปลอดภัย 720° ระบบช่วงล่างแบบถุงลมประสิทธิภาพสูง พร้อมระบบกันสะเทือน (CCD Electromagnetic Vibration Reduction System) ระบบเสียงพรีเมียมรอบทิศทาง Zeekr Sound Pro 21 ตำแหน่ง เบาะนั่งคนขับ และผู้โดยสารด้านหน้าแบบปรับไฟฟ้า 14 ทิศทาง พร้อมระบบจดจำตำแหน่งได้ ระบบนวด และระบบระบายอากาศ เบาะผู้นั่งโดยสารด้านหลังสามารถปรับพนักพิงหลังด้วยระบบไฟฟ้า
เมื่อผสานดีไซจ์น สมรรถนะ และเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ากันอย่างลงตัว ทำให้ Zeekr 7X Black Edition เป็นรถอีกรุ่นหนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการทั้งรถที่มีดีไซจ์นสปอร์ท ดุดัน และการขับขี่ที่สนุก โดยในประเทศไทย Zeekr 7X Black Edition มีราคาจำหน่ายที่ 1,799,000 บาท มีจำนวนจำกัดเพียง 30 คันเท่านั้น ในประเทศไทย ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียด สิทธิพิเศษ และเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ Zeekr House ทั่วประเทศ หรือช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของ Zeekr Thailand
.........................................................................................................................................
Motor Expo 2026 ประชุมเตรียมความพร้อม
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด และประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” หรือ Motor Expo 2026 เปิดเผยว่า "IMC" บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน "มหกรรมยานยนต์" หรือ "Thailand International Motor Expo" จัดงานประชุมเตรียมความพร้อม การจัดงาน "มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43" โดยนโยบายของงานยังคงเน้นผู้ชมครอบครัว พริททีมีการแต่งกายที่เรียบร้อย และจุดเด่นของงาน คือ การควบคุมเสียง ที่ได้มีการควบคุมเสียงกว่า 50 จุดที่มีการวัดเสียงแบบเรียลไทม์ ซึ่งหากมีเสียงดังเกินกว่ากำหนดจะมีเจ้าหน้าที่ไปแจ้งให้แก้ไข ขอความร่วมมือผู้ควบคุมช่วยกันดูแล ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ชมงาน และผู้ขายรถ ไม่มีเสียงรบกวนในขณะทำการซื้อ-ขายกับลูกค้า
สำหรับงาน "มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42" ที่ผ่านมา มียอดจองรถแบ่งเป็นรถยนต์ 75,246 คัน จักรยานยนต์ 5,263 คัน และจากข้อมูลผู้ร่วมกิจกรรม “ซื้อรถ...ชิงรถ” พบว่า รถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนสูงถึง 50 % ส่วนรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ (สันดาป, ไฮบริด และพลัก-อิน ไฮบริด) 50 %
นอกจากนั้น ประเภทรถที่ได้รับความสนใจแบ่งเป็นประเภทต่างๆ ได้แก่ รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) 58.4 % รถเก๋ง 27.8 % รถอเนกประสงค์ (MPV) 7.6 % รถกระบะ 4.5 % และอื่นๆ 1.7 %
รถยนต์รุ่นที่ผู้ซื้อเข้าร่วมกิจกรรม “ซื้อรถ...ชิงรถ” สูงสุด 6 อันดับแรก ได้แก่ Mitsubishi XForce, Honda HR-V, Geely EX2, Jaecoo 5 EV, BYD Atto 3 และ Toyota Yaris Cross
รถจักรยานยนต์ที่ผู้ซื้อเข้าร่วมกิจกรรม “ซื้อมอเตอร์ไซค์...ชิงบิกไบค์” สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ Lambretta, Yamaha, Deco, EM และ Zontes
ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ที่ขายได้ในงาน 1,122,347 บาท รถจักรยานยนต์เฉลี่ย 177,637 บาท เงินหมุนเวียนในงานราว 70,000 ล้านบาท
ปีนี้ ผู้ชมงานสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสถานีเมืองทองธานี และยังมีแพคเกจ Motor Expo Exclusive Visitor ที่อำนวยความสะดวกระดับ VIP ส่งผลให้มีผู้เข้าชมงาน 1,521,296 คน ยอดดาวน์โหลด Motor Expo Application 45,298 คน และมีผู้ชมงานออนไลน์ 2,028,044 วิว
ส่วนการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมชี้แจงการทำงานระหว่างผู้จัดงาน กับ Exhibitors/Contractors เพื่อรับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และต้องปฏิบัติเป็นพิเศษในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมด้านสถานที่การจัดงาน ที่ IMPACT ชาลเลนเจอร์ 1-3 รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านสถานที่ การจราจร จุดบริการจอดรถ และเส้นทางการเดินทางต่างๆ รวมถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ ของงานในปีนี้
รวมถึงคณะผู้จัดงานฯ ได้ชี้แจงกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบขนส่งการก่อสร้าง การควบคุมเสียง บัตรผู้ร่วมงานต่างๆ เวลาการเข้า-ออกของบัตรประเภทต่างๆ การประชาสัมพันธ์การจัดงาน การจัดกิจกรรมต่างๆ ที่ส่งเสริมการจัดงาน
พบกับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี วันที่ 2-13 ธันวาคม 2569





















