ทดสอบ(formula)
GAC M8 PHEV เอมพีวีสุดหรู ลงตัวกับระบบพลัก-อิน ไฮบริด
ตลาดรถยนต์กลุ่มเอมพีวีหรู มีทางเลือกที่หลากหลายในตอนนี้ โดยเฉพาะการมาของเอมพีวีสัญชาติจีน ชูจุดเด่นเรื่องออพชันที่หลากหลาย ความหรูหราที่ไม่น้อยหน้าใคร และความทันสมัยของการใช้งาน อย่างไรก็ตาม เอมพีวีสัญชาติเหล่านั้น มักมีทางเลือกเป็นขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น แม้มีจุดเด่นด้านสมรรถนะ แต่ไม่สามารถแล่นได้ไกลมากนัก (เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์สันดาป หรือไฮบริด) ดังนี้แล้ว หนึ่งในค่ายรถสัญชาติจีนหน้าใหม่ได้เข้ามาแข่งขันในตลาดกลุ่มนี้ มาพร้อมกับทางเลือกเครื่องยนต์พลัก-อิน ไฮบริด นั่นคือ GAC M8 PHEV จะเป็นทางเลือกที่แตกต่าง และลลงตัวมากน้อยแค่ไหน มาดูกัน
EXTERIOR ภายนอก
เอมพีวีภูมิฐาน คันใหญ่
GAC (จีเอซี) คือ บแรนด์ของค่ายรถหลักในประเทศจีน ก่อนหน้านี้ค่ายรถสัญชาติจีนแห่งนี้ทำตลาดในบ้านเรากับแบรนด์ AION (ไอออน) และ HYPTEC (ไฮพ์เทค) การเลือกใช้บแรนด์ GAC เหมือนเป็นการเพิ่มทางเลือก และการรับรู้ให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยว่า ค่ายรถแห่งนี้มีทางเลือกอีกมากมายในตลาดรถยนต์ ส่วนการเลือกเอมพีวีหรู M8 PHEV (เอม 8 พีเอชอีวี) ประเดิมการเข้ามาทำตลาดในรถยนต์กลุ่มนี้ จัดเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เส้นสายของเอมพีวีรุ่นนี้บ่งบอกความหรูหราภูมิฐานอย่างชัดเจน จุดที่โดดเด่น คือ กระจังหน้าขนาดใหญ่ ใช้วัสดุโครเมียม เพิ่มความใหญ่โตให้แก่ส่วนหน้าของตัวรถอย่างได้ผล (และน่าจะถูกใจลูกค้าเช่นกัน)
ไฟหน้าทรงเฉียงในแนวนอนรับกับไฟส่องสว่างที่เรียงตัวในแนวตั้ง ด้านในติดตั้งชุดไฟส่องสว่างเรียงตัวเป็นเส้นสาย ให้ความรู้สึกที่แปลกตา และได้เรื่องความโดดเด่นยิ่งขึ้นโดยเฉพาะเวลากลางคืน ตัวถังด้านข้างเรียบง่าย มีเส้นด้านข้างตัวถังพาดยาวจรดส่วนท้าย กระจกหน้าต่างประตูมีขนาดค่อนข้างใหญ่ โดยรวมแล้วให้ความรู้สึกที่เรียบง่ายในตัว ขณะที่ล้อแมกมีขนาด 18 นิ้ว มีลูกเล่น คือ โลโกตรงกลางของ GAC จะมีลักษณะลอยตัว ทำให้ขณะแล่นจะมีตำแหน่งคงที่ไม่หมุนไปตามล้อ ส่วนระยะฐานล้อที่ 3,070 มม. ถือว่ามากกว่าเอมพีวีหรูราคาแพงกว่านี้ของบางยี่ห้อด้วยซ้ำ
INTERIOR ภายใน
ทันสมัย และภูมิฐานอย่างลงตัว
ห้องโดยสารของ GAC M8 PHEV บ่งบอกความกว้างขวาง และการตกแต่งที่หรูหราซึ่งทำได้อย่างน่าสนใจ เบาะแถวที่ 2 จะมีความกว้างขวางเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นตำแหน่งเบาะนั่งหลักของเหล่าผู้บริหาร หรือบุคลสำคัญที่เป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นนี้ ตัวเบาะมีการตัดเย็บที่ประณีต ผสมความทันสมัยด้วยการใช้งานผ่านหน้าจอขนาดเล็กบริเวณพนักแขน สามารถใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนตำแหน่งของเบาะ การควบคุมระบบความบันเทิง และการใช้งานระบบนวดของเบาะ นอกจากนี้ ยังมีที่รองขาเพิ่มเติมเข้ามา เหมาะกับการใช้งานขณะเอนพนักพิงหลังเพื่อสรีระการนอน มีความสะดวกสบายสูงสุด ส่วนพนักพิงศีรษะโอบรับสรีระได้ดี พร้อมระบบลำโพงในตัว ในแง่ของการใช้งานแล้ว เบาะแถวที่ 2 คือ จุดเด่นของรถยนต์รุ่นนี้จริงๆ
อย่างไรก็ตาม เบาะแถวที่ 3 มีความกว้างขวางที่น่าพอใจเช่นกัน แต่การออกแบบที่เน้นการใช้งานสำหรับผู้โดยสารทั่วไป ความหรูหรา ล้ำสมัย ย่อมไม่มากเท่าเบาะแถวที่ 2 นอกจากนี้ พื้นที่โดยสารอาจลดลงหากเลื่อนเบาะแถวที่ 2 ถอยมาด้านหลังค่อนข้างมาก ส่วนเบาะแถวที่ 1 หรือส่วนผู้โดยสารด้านหน้า มีการออกแบบคอนโซลหน้าที่มีขนาดใหญ่ จอแสดงผลมีความคมชัด แม้การตอบสนองระบบสัมผัสจะช้าเล็กน้อยในบางครั้ง การตกแต่งโดยรวมไม่แพ้ซีดานหรูก็ว่าได้ รวมถึงส่วนพวงมาลัย และแผงข้างประตูต่างๆ จอแผงหน้าปัดเป็นแบบดิจิทอลเต็มตัว สีสันมีความชัดไม่แพ้หน้าจอหลัก แต่การออกแบบกราฟิคไม่โดดเด่นเท่าไร ถึงอย่างนั้นการแสดงผลมีความหลากหลาย ปรับเปลี่ยนรูปแบบได้หลายสไตล์เช่นกัน
ENGINE เครื่องยนต์
พลัก-อิน ไฮบริด ไหลลื่น
ขุมพลังของ GAC M8 PHEV คือ เครื่องยนต์พลัก-อิน ไฮบริด ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์/190 แรงม้า และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 134 กิโลวัตต์/182 แรงม้า ค่อนข้างมากตามสไตล์เครื่องยนต์ระบบพลัก-อิน ไฮบริด คู่เปรียบเทียบสมรรถนะ คือ หนึ่งในเอมพีวีหรูซึ่งยังคงทำตลาดในปัจจุบัน ส่งตรงมาจากประเทศเกาหลีใต้ กับ KIA CARNIVAL (เกีย คาร์นิวัล) เครื่องยนต์สันดาปล้วนๆ แบบดีเซล เทอร์โบ ขนาด 2.2 ลิตร กำลังสูงสุด 149 กิโลวัตต์/202 แรงม้า มาดูความแตกต่างของเอมพีวีหรู 2 รูปแบบ 2 รุ่น
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. GAC M8 PHEV ทำเวลาได้ที่ 9.9 วินาที การส่งกำลังเน้นความไหลลื่น ต่อเนื่อง แม้ตัวเลขพละกำลังจะค่อนข้างมากก็ตาม ถือเป็นความเหมาะสมของรถยนต์ประเภทนี้ และตัวเลขต่ำกว่า 10 วินาที กับเอมพีวีขนาดใหญ่เช่นนี้ ถือว่าน่าพอใจระดับหนึ่งแล้ว ขณะที่เอมพีวีหรูจากเกาหลีใต้ KIA CARNIVAL คือ 10.5 วินาที เน้นการส่งกำลังแบบเครื่องยนต์ดีเซล แต่อัตราเร่งยังเป็นรองเครื่องยนต์พลัก-อิน ไฮบริด
อัตราเร่งระยะ 0-1,000 ม. GAC M8 PHEV มีตัวเลขที่ 30.4 วินาที (ที่ความเร็ว 178.5 กม./ชม.) เป็นอัตราเร่งช่วงความเร็วตีนปลายที่น่าพอใจเช่นกัน แม้ตัวถังจะมีขนาดใหญ่ และส่วนของตัวรถที่หนา แต่อัตราเร่งในส่วนนี้ยังอยู่ในระดับ 30 วินาที จุดที่น่าสนใจอีกประการ คือ ความเร็วช่วงตีนปลายที่ค่อนข้างสูง แม้จะใช้การส่งกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก (ทางผู้ผลิตระบุว่าใช้ระบบเกียร์แบบ 2 จังหวะ) การส่งกำลังยังคงเน้นความไหลลื่น ไม่มีอาการกระชาก หรือล้อหมุนฟรี เน้นความสะดวกสบายของผู้โดยสาร แม้ขณะทำอัตราเร่งก็ตาม ส่วน KIA CARNIVAL ทำได้ที่ 31.9 วินาที (ที่ความเร็ว 166.1 กม./ชม.)
อัตราเร่งยืดหยุ่นที่ความเร็ว 60-100 และ 80-120 กม./ชม. GAC M8 PHEV ทำได้ที่ 4.5 และ 5.4 วินาที การส่งกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์สันดาปที่ไหลลื่น ทำให้อัตราเร่งยืดหยุ่นมีความฉับไวอย่างน่าพอใจ การเร่งแซงต่างๆ ทำได้ไม่ยากเย็น โดยยังคงไว้ซึ่งบุคลิกที่เรียบหรู มั่นคงของตัวรถ เรามีจุดสังเกตเล็กน้อย คือ ขณะทำอัตราเร่ง เสียงเครื่องยนต์สันดาปเล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสาร (ในส่วนของผู้ขับ) ค่อนข้างชัดเจน แม้ไม่ถึงกับมากจนเกิดความรำคาญ แต่ทางผู้ผลิตน่าจะหาทางเพิ่มวัสดุดูดซับเสียงจากห้องเครื่องยนต์ได้มากกว่านี้ ส่วน KIA CARNIVAL ทำตัวเลขออกมาที่ 5.2 และ 6.6 วินาที ยังคงเน้นความไหลลื่นค่อยเป็นค่อยไปในสไตล์เครื่องยนต์ดีเซล แต่เสียงรบกวนโดยรวมของ CARNIVAL ยังคงอยู่ในระดับต่ำ
สำหรับสเปคแบทเตอรีของ GAC M8 PHEV มีความจุที่ 26.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถแล่นด้วยไฟฟ้าล้วนเป็นระยะทางสูงสุดที่ 120 กม. (มาตรฐาน NEDC ตามที่ผู้ผลิตระบุมา) การใช้งานในตัวเมืองเป็นระยะทางไม่ไกลมาก สามารถพึ่งการขับเคลื่อนเสมือนรถยนต์ไฟฟ้าได้ ช่วยในเรื่องของการประหยัดเชื้อเพลิง และมลพิษอย่างได้ผล นอกจากนี้ ยังรองรับการชาร์จแบบ DC สูงสุดที่ 50 กิโลวัตต์ แม้จะไม่สูงมาก แต่เทียบกับขนาดของแบทเตอรีแล้ว ยังคงใช้เวลาชาร์จแบทเตอรีเต็มในเวลาไม่นานเกินไป (โดยเฉพาะการชาร์จที่สถานีจ่ายกระแสไฟฟ้าแบบสาธารณะ) ส่วนการใช้งานเป็นระยะทางไกล ทางผู้ผลิตระบุว่า เอมพีวีหรูคันนี้สามารถแล่นได้ไกลกว่า 1,000 กม. รองรับการใช้งานระยะทางไกลได้สบาย เป็นจุดแตกต่างที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับเอมพีวีพลังไฟฟ้าล้วน
SUSPENSION ระบบรองรับ
นุ่มนวล มั่นคง นั่งสบายทุกตำแหน่ง
การปรับแต่งระบบรองรับของ GAC M8 PHEV เริ่มจากส่วนผู้ขับ ให้ความรู้สึกที่นุ่มนวล และมีความมั่นคงในระดับที่พอเหมาะ การบังคับควบคุมยังคงทำได้ง่ายดาย เน้นการตอบสนองที่ต่อเนื่อง (สามารถปรับแต่งการตอบสนองได้ด้วย) แม้ตัวถังมีขนาดใหญ่ ยังคงมีความคล่องแคล่วที่เหมาะสม ทั้งในแง่ของการเปลี่ยนเลน และการขับขี่ด้วยความเร็วสูงคงที่ ขณะที่เบาะแถวที่ 2 ได้รับผลดีจากความนุ่มนวลที่เหมาะสมของระบบรองรับ การโดยสารโดยรวมมีความสะดวกสบาย แม้ขณะที่แล่นผ่านพื้นผิวขรุขระ ช่วงล่างดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีอย่างน่าพอใจ สามารถโดยสารเป็นเวลานานๆ กับตัวรถได้อย่างไม่มีปัญหา การเข้าโค้งก็ไม่รู้สึกถึงอาการโคลงของตัวรถมากเกินไป นอกจากนี้ M8 PHEV ยังติดตั้งระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่เข้ามาอีกหลายรายการตามสไตล์การเป็นรถยนต์ยุคใหม่




