ทดสอบ
LEPAS L6 EV เอสยูวีพลังไฟฟ้าหน้าใหม่ มาดหรู ผสมความสปอร์ท
EXTERIOR ภายนอก
ดีไซจ์นปราดเปรียว ทรงสูง
งานออกแบบภายนอกของ LEPAS L6 EV ถ่ายทอดความสง่างามควบคู่กับความคล่องตัวผ่านเส้นสายที่ปราดเปรียว ดังชื่อของบแรนด์ที่ผันมาจากคำว่าเสือดาว (LEOPHARD) ด้านหน้าปิดทึบเน้นความล้ำสมัย พร้อมไฟหน้าแอลอีดีดีไซจ์นโฉบเฉี่ยว มิติตัวถัง และทรวดทรงเน้นความลู่ลม โดยสามารถทำค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (CD) ต่ำเพียง 0.27 ซึ่งถือว่าโดดเด่นมากในกลุ่มรถเอสยูวีระดับเดียวกัน แม้การออกแบบจะพยายามให้ตัวรถมีความสูงพอสมควร เราคิดว่าหากทางผู้ผลิตเพิ่มเส้นสายมัดกล้ามให้มากกว่านี้สักนิด จะเสริมมาดสปอร์ทอย่างได้ผล นอกจากนี้ ยังติดตั้งล้อแมกขนาดใหญ่ที่ 19 นิ้ว พร้อมยางที่เน้นความนุ่มเงียบ และประตูบานท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า เพิ่มความสะดวกในการขนสัมภาระ
INTERIOR ภายใน
ห้องโดยสารเน้นความหรูหรา เทคโนโลยีจัดเต็ม
ภายในห้องโดยสารออกแบบให้มีลักษณะโอบล้อมรอบผู้โดยสาร และมีความโปร่งสบาย เน้นการตกแต่งด้วยวัสดุสัมผัสบุนุ่ม และงานประกอบที่ดูดีกว่ารถยนต์ไฟฟ้าร่วมเครือราคา 5-6 แสนบาทอย่างชัดเจน ตรงกลางแผงหน้าปัดโดดเด่นด้วยหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ จัดวางในแนวตั้ง ที่รวมการสั่งการระบบความบันเทิง และปรับตั้งค่าตัวรถ รูปแบบของหน้าจอดูคล้ายกับ JAECOO 5 EV แต่ของ LEPAS L6 EV จะมีความคมชัดมากกว่า และตอบสนองการสัมผัสได้ดีกว่า
เบาะนั่งคู่หน้าออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ พร้อมระบบปรับไฟฟ้า เบาะหลังกว้างขวาง มีพื้นที่ส่วนขาเหลือเฟือ การตัดเย็บเบาะมีความประณีต จุดที่เราพอใจ คือ การมีปุ่มใช้งานแบบดั้งเดิมในหลายจุด รวมถึงปุ่มปรับทิศทางของกระจกมองข้าง (ต่างจากหลายบแรนด์ที่ใช้งานผ่านจอแสดงผลหลัก) ทำให้การใช้งานขณะขับขี่มีความสะดวกสบายต่อผู้ขับ ส่วนการเก็บเสียง และความเงียบในห้องโดยสาร ทำได้น่าประทับใจแม้ขับผ่านทางขรุขระ หรือลูกระนาด
ENGINE เครื่องยนต์
218 แรงม้า อัตราเร่งไหลลื่น
ระบบขับเคลื่อนของ LEPAS L6 EV เลือกใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังสูงสุด 160 กิโลวัตต์/218 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 275 นิวทันเมตร/28.1 กก.ม. ทำงานร่วมกับแบทเตอรีลิเธียม ไอออน ฟอสเฟท ความจุ 65.05 กิโลวัตต์ชั่วโมง ระยะทำการสูงสุด 530 กม. (มาตรฐาน NEDC)
เมื่อนำมาเทียบสมรรถนะกับหนึ่งในคู่แข่งระดับยอดนิยมในเซกเมนท์ นั่นคือ BYD ATTO 3 (บีวายดี อัตโต 3) (รุ่น EXTENDED RANGE) มอเตอร์ไฟฟ้า 150 กิโลวัตต์/204 แรงม้า เท่ากับว่า LEPAS L6 EV ได้เปรียบเรื่องพละกำลังแรงม้าที่มากกว่าเล็กน้อย ทว่าในแง่ของแรงบิด BYD ATTO 3 จะมีแรงบิดสูงสุดที่ 310 นิวทันเมตร/31.6 กก.ม. ซึ่งสูงกว่า LEPAS L6 EV เล็กน้อย
ในการทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. LEPAS L6 EV ทำเวลาได้ที่ 8.1 วินาที ขณะที่ BYD ATTO 3 ทำได้ 8.2 วินาที แม้ตัวเลขของ ATTO 3 จะมีแรงบิดสูงสุดมากกว่าเล็กน้อย แต่จากการทดสอบจริง การส่งกำลังของ LEPAS L6 EV ถูกปรับแต่งให้มีความไหลลื่นต่อเนื่อง ลดอาการกระชากขณะออกตัว ทำให้การตอบสนองของคันเร่งเน้นความนุ่มนวล แต่ไหลลื่นอย่างเป็นธรรมชาติ
ส่วนช่วงความเร็วตีนปลายกับระยะ 0-1,000 ม. LEPAS L6 EV ทำเวลาได้ใน 29.3 วินาที (ที่ความเร็ว 176.9 กม./ชม.) ขณะที่ BYD ATTO 3 คือ 29.4 วินาที (ที่ความเร็ว 169.3 กม./ชม.) ถือว่าทำเวลาได้ใกล้เคียงกันมาก การส่งกำลังช่วงออกตัวมีเสียงดังจากยางเล็กน้อย จากแรงบิดที่ส่งออกมาค่อนข้างมาก หลังจากนั้น การส่งกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้ายังคงเน้นความไหลลื่น ต่อเนื่อง ไต่ความเร็วได้ดี และจะเริ่มช้าลงบ้างในช่วงความเร็วมากกว่า 120 กม./ชม. จุดที่เราสังเกต คือ ความเร็วปลายของ LEPAS L6 EV ทำได้สูงกว่าที่คาด นั่นคือ มากกว่า 170 กม./ชม. การเร่งแซงในช่วงความเร็วปลายให้ความมั่นใจได้พอสมควร
ถัดมา คือ อัตราเร่งยืดหยุ่นเสมือนการเร่งแซงที่ความเร็ว 60-100 และ 80-120 กม./ชม. LEPAS L6 EV ทำเวลาได้ที่ 4.0 และ 5.1 วินาที ส่วน BYD ATTO 3 มีตัวเลขที่ 3.9 และ 4.9 วินาที อัตราเร่งในส่วนนี้ยังคงใกล้เคียงกันมาก การตอบสนองคันเร่งทำได้ทันใจ แต่ไม่ถึงกับหวือหวาเกินไป แต่ก็มากพอสำหรับการเร่งแซงทั่วไปในการขับขี่บนถนน ถือว่ารถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 2 รุ่นมีอัตราเร่งที่น่าพอใจเช่นกัน
ด้านระบบชาร์จพลังงาน LEPAS L6 EV รองรับการชาร์จแบบ DC สูงสุด 120 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จจาก 30-80 % ได้ในเวลาประมาณ 20 นาที แม้ในช่วงระดับแบทเตอรีที่สูง ยังคงรับกระแสไฟฟ้าได้มากพอ กระแสไฟฟ้าจากการชาร์จไม่ลดต่ำลงมามากเกินไป โดยรวมแล้วทำได้ไวกว่า BYD ATTO 3 (รองรับ DC สูงสุด 88 กิโลวัตต์ ใช้เวลาประมาณ 29 นาที) ช่วยลดระยะเวลาจอดพักรอชาร์จเมื่อต้องเดินทางไกลข้ามจังหวัดได้อย่างชัดเจน แต่เราก็อดคิดไม่ได้ว่า รถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นในปัจจุบัน กับราคาระดับ 7-8 แสนบาท มีบางรุ่นที่ชาร์จได้ไวกว่านี้
SUSPENSION ระบบรองรับ
นุ่มหนึบพอเหมาะ ระบบเบรคล้ำสมัย
ระบบรองรับ และการบังคับควบคุมของ LEPAS L6 EV ได้รับการปรับแต่งเหล็กกันโคลง ทั้งด้านหน้า และด้านหลังเป็นพิเศษ เพื่อรองรับสภาพถนนในประเทศไทย สามารถซับแรงสะเทือนจากคอสะพาน และพื้นผิวขรุขระได้อย่างนุ่มนวล ขณะที่การเปลี่ยนเลนกะทันหัน และการทรงตัวในทางโค้งทำได้อย่างมั่นคง เรารู้สึกว่าระบบรองรับด้านหน้าถูกปรับแต่งให้มีความหนึบในระดับหนึ่ง และระบบรองรับด้านหลังมีความนุ่มนวลมากกว่าเล็กน้อย คาดว่าจะเป็นการเผื่อเหลือการโดยสารเพิ่มเติม รวมถึงการขนสัมภาระ
อีกจุดเด่นสำคัญ คือ การติดตั้งระบบเบรคไร้สายรุ่นใหม่ของ BOSCH (โบช) ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับระดับน้ำหนักการตอบสนองของแป้นเบรคได้ตามต้องการ โดยยังคงมีประสิทธิภาพของระบบเบรคที่น่าพอใจมาก นอกจากนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยจอดอัตโนมัติที่รองรับการจอดหลากหลายรูปแบบ การกำหนดตำแหน่งจอดด้วยตัวเอง รวมถึงระบบช่วยถอยรถอัตโนมัติ โดยจะช่วยถอยที่ระยะไม่เกิน 50 ม. (และต้องเคลื่อนรถที่ความเร็วไม่เกิน 20 กม./ชม.)
พรีเมียมเอสยูวีไฟฟ้ารุ่นใหม่ ขับสนุก ออพชันแน่น
LEPAS L6 EV คือ บทพิสูจน์ถึงงานวิศวกรรมจาก CHERY GROUP ที่มุ่งตอบโจทย์ PREMIUM MOBILITY อย่างแท้จริง ด้วยดีไซจ์นภายนอกที่สปอร์ทลงตัว ภายในเงียบ กว้างขวาง ช่วงล่าง และระบบเบรค BOSCH IPB 2.0 ปรับเซทมาเข้าทางถนนเมืองไทย ด้านอัตราเร่งแม้จะไม่ได้จี๊ดจ๊าดดึงหัวคลอน แต่ให้ความไหลลื่นต่อเนื่อง และขับสบาย ประกอบกับการชาร์จ DC FAST CHARGE ที่รวดเร็ว 120 กิโลวัตต์ ในราคาเริ่มต้นระดับ 7.69-8.29 แสนบาท ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าคุ้มราคาอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวีออพชันล้ำสมัย



