MERCEDES-MAYBACH G 650 LANDAULET รถสุดหรูที่ซ่อนตัวอยู่ในกระดองรถลุย
รถแรงอีกแบบหนึ่งของค่าย "ดาวสามแฉก" ที่นำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังใน "ระเบียงรถใหม่" เดือนนี้ก็เป็นรถ เอสยูวี เช่นกัน แต่เป็นรถ เอสยูวี พันธุ์แท้ซึ่งตัวถังมีโครงสร้างเหมือนรถพิคอัพ เป็นตัวถังอย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า BODY-ON-FRAME นั่นเอง เริ่มเปิดเผยโฉมหน้าและรายละเอียดผ่านสื่อต่างๆ เมื่อวันจันทร์ที่ 13 มกราคม 2017 และต้องรออีกประมาณ 3 สัปดาห์หลังจากนั้น คือ ที่งานมหกรรมยานยนต์เจนีวาครั้งที่ 87 ซึ่งมีขึ้นตอนต้นเดือนมีนาคมนั่นแหละ ผู้คนจึงมีโอกาสสัมผัสตัวจริง
เป็นรถรุ่นพิเศษซึ่งจะจำกัดจำนวนผลิตไว้เพียง 99 คัน ตัวถังยาว 5.345 ม. กว้าง 2.110 ม. และสูง 2.235 ม. ซึ่งมีความสูงใต้ท้องรถที่สูงถึง 45.0 ซม. ไม่ได้ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด แต่ดัดแปลง/พัฒนาจากรถ เมร์เซเดส-เบนซ์ จี-คลาสส์ (MERCEDES-BENZ G-CLASS) รถ เอสยูวี พันธุ์แท้อนุกรมเก่าแก่ที่อยู่ในสายการผลิตมายาวนานตั้งแต่ปี 1979 และกล่าวกันในเชิงเปรียบเทียบหรือแดกดันแล้วแต่จะคิดว่า เมื่อถึงวันที่โลกใบนี้แตกสลาย จะมีเพียง 2 สิ่งที่หลงเหลืออยู่คือแมลงสาบกับรถ จี-คลาสส์
นับเป็นรถแบบที่ 5 และแบบล่าสุดของค่ายนี้ที่ติดป้ายยี่ห้อ เมร์เซเดส-มายบัค (MERCEDES-MAYBACH) อันเป็น SUB-BRAND หรือยี่ห้อรองที่ค่าย "ดาวสามแฉก" เพิ่งเริ่มใช้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2015 ส่วนที่ใช้ชื่อรุ่นว่า จี 650 ลันเดาเลท์ (G 650 LANDAULET) ก็อธิบายได้ว่า เนื่องจากตัวรถที่ออกแบบให้นั่งได้รวม 4 คน แยกเป็น 2 ส่วน ส่วนหน้าซึ่งเป็นห้องขับและนั่งได้รวม 2 คน มีลักษณะเหมือนรถ เอสยูวี ทั่วไป คือ มีหลังคาแข็งติดตาย แต่ส่วนท้ายซึ่งเป็นห้องโดยสารและนั่งได้รวม 2 คนเช่นกัน มีหลังคาแบบเปิด/ปิดได้อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า CONVERTIBLE เป็นประทุนหลังคาแบบอ่อน ทำจากผ้าใบแฟบริค และบังคับเปิด/ปิดโดยการกดปุ่ม มีสิ่งที่แยก 2 ส่วนนี้ออกจากกันอย่างชัดเจน คือผนังกั้นซึ่งทำด้วยกระจกและบังคับเปิด/ปิดโดยระบบไฟฟ้า ที่ยอดเยี่ยมกว่ากระเทียมดองก็คือ สามารถกดปุ่มให้เป็นกระจกใสก็ได้ให้เป็นกระจกฝ้าก็ได้
ค้นหาในสารานุกรมวิกิพีเดียก็ได้ข้อมูลว่า มีคำศัพท์โบราณอยู่ 2 คำที่ใช้เรียกรถซึ่งมีลักษณะตัวถังแบบนี้ คือ LANDAULET หรือ LANDAULETTE ค่าย"ดาวสามแฉก"ทำรถประเภทนี้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 1910 และรุ่นล่าสุดก่อนหน้านี้คือ มายบัค ลันเดาเลท์ (MAYBACH LANDAULET) ซึ่งเริ่มจำหน่ายเมื่อปี 2008
ห้องโดยสารนั่ง 2 คนดังที่กล่าวข้างต้น มีรูปลักษณ์เหมือนห้องโดยสารในรถลีมูซีนสุดหรู ติดตั้งเก้าอี้ที่นั่งแบบตัวใครตัวมัน ซึ่งมีเครื่องสร้างความอบอุ่นและกลไกนวดตัว (อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า HOT-STONE MASSAGING FUNCTION) อยู่ด้วย มีระบบปรับอากาศเฉพาะส่วนๆ มีระบบสื่อสารเริงรมย์หรือ INFOTAINMENT SYSTEM เฉพาะตัวรวม 2 ชุดพร้อมจอมอนิเตอร์ขนาด 10 นิ้ว มีโต๊ะทำงานแบบกางออกและพับเก็บได้ง่ายโดยใช้เพียงมือเดียวเหมือนในอากาศยาน ไม่มีขาดตกยกเว้นแม้กระทั่งสิ่งเล็กน้อยแต่สร้างความสุขได้มากอย่างที่วางแก้วน้ำซึ่งมีระบบเก็บความร้อนความเย็นอยู่ด้วยในตัว
เป็นรถขับเคลื่อนทุกล้อ ด้วยพลังของเครื่องยนต์ที่ยกมาทั้งบลอคจากรถดาวสามแฉกค่าตัวแพงที่สุด คือ เมร์เซเดส-เอเอมจี จี 65 (MERCEDES-AMG G 65) ที่เริ่มเข้าสู่สายการผลิตเมื่อกลางปี 2012 เป็นเครื่องทวินเทอร์โบเบนซิน SOHC วี 12 สูบ 5,980 ซีซี ซึ่งให้กำลังสูงสุด 463 กิโลวัตต์/630 แรงม้า ที่ 5,000-5,300 รตน. และให้แรงบิดสูงสุด 1,000 นิวตัน-เมตร/102.0 กก.-ม. ที่ 2,300-4,300 รตน. ส่วนระบบเกียร์เพื่อส่งทอดกำลังสู่ล้อคู่หน้าและคู่หลัง เป็นเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ
จะเริ่มการจำหน่ายเมื่อเข้าฤดูใบไม้ร่วงของปีไก่แก่แม่ปลาช่อน สถานที่ผลิตคือ โรงงานของค่าย แมกนาสไตเอร์ (MAGNA STEYR) ในออสเตรีย ค่าตัวยังไม่ประกาศ แต่คาดกันว่าน่าจะสูงกว่า 500,000 ยูโร หรือ 19.0 ล้านบาทไทย
[table]

