สัมภาษณ์พิเศษ(formula)
โตโมฮิโกะ โยชิโมโต
บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด มุ่งมั่นพัฒนาอุตสาหกรรมยางรถยนต์ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งและสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ไทยบริดจสโตนเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยางรถยนต์ตลอดมาด้วย ปรัชญาที่ยึดมั่นเป็นหนึ่งเดียวทั่วโลกว่า "บริดจสโตนผลิตยางคุณภาพ เพื่อรับใช้สังคม"
"ฟอร์มูลา" สัมภาษณ์พิเศษ โทโมฮิโกะ โยชิโมโต กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด และ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
ฟอร์มูลา : ขอทราบประวัติการทำงานกับ บริดจสโตน ฯ และผลงานที่ภาคภูมิใจ ?
โทโมฮิโกะ : ผมทำงานกับ บริดจสโตน ฯ ตั้งแต่ปี 2514 โดยอยู่ในฝ่ายขนส่งต่างประเทศและย้ายไปอยู่ที่แอฟริกา ออสเตรเลีย จนกระทั่งปัจจุบันเป็นกรรมการผู้จัดการในประเทศไทย
ผลงานที่ภูมิใจคือ เมื่อปีที่แล้วบริษัท ไทยบริดจสโตน ฯ ทำยอดขายสูงสุด ซึ่งในช่วงเวลานั้นได้มารับตำแหน่งที่ประเทศไทยแล้ว และอีกอย่างคือ การเดินทางไปแอฟริกา สามารถทำสัญญากับบริษัทเหมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ฟอร์มูลา : เพราะเหตุใด บริดจสโตน ฯ จึงได้เลือกคุณเข้ามารับตำแหน่งในประเทศไทย ?
โทโมฮิโกะ :นโยบายของบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นในอดีตการส่งผู้บริหารเข้ามาจะต้องมีความสัมพันธ์กับประเทศนั้น เช่น รู้จักภาษา ขนมธรรมเนียมประเพณี รู้ตลาด แต่ปัจจุบัน เศรษฐกิจโลกได้เปลี่ยนแปลงไปโรงงานไทยบริดจสโตน ฯ มีการผลิตยางเพื่อการส่งออก
เพิ่มขึ้น ดังนั้นตามความคิดของผมเหตุที่ผมได้มีโอกาสมาที่ประเทศไทยเนื่องจากมีประสบการณ์ในเรื่องของตลาดส่งออก อยู่ต่างประเทศมานานไม่เจาะจงแค่ตลาดไทย มองภาพกว้างตลาด และเศรษฐกิจขยายตัว
ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจต้องการคนที่รู้กว้างขึ้น ไม่ใช่เฉพาะแต่ประเทศนั้นๆ เท่านั้น จากประสบการณ์การทำงานในหลายประเทศสามารถที่จะกำหนดนโยบายหลายด้าน ตัดสินใจได้รวดเร็ว
ฟอร์มูลา : คุณวางนโยบายของไทยบริดจสโตน ฯ ไว้อย่างไร ?
โทโมฮิโกะ : ผมไม่เคยมาเมืองไทยมาก่อน ไม่ค่อยรู้ธุรกิจยางเมืองไทยเท่าไร ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งจึงได้มีการศึกษาตลาดโดย
แบ่งเป็นระยะ 3 เดือนแรกของการทำงาน เริ่มหาประสบการณ์ เก็บข้อมูลโดยการเยี่ยมลูกค้า ไปโรงงาน หลังจากนั้นก็วางแผนนโยบายทั้งโรงงานผลิต และบริษัท ฯใน 5 ปีข้างหน้าดังนี้
1. บริษัท ไทยบริดจสโตน ฯ และบริดจสโตนเซลส์ ฯ เป็นบริษัทที่ดีเลิศ แต่ความพอใจยังไม่ถึงจุดสูงสุด เนื่องจากพนักงานคนไทย
ยินดียอมรับความคิดเห็นจากญี่ปุ่น ซึ่งผมไม่เห็นด้วย พยายามที่จะบอกสตาฟคนไทยให้มีความคิด และสร้างสรรค์ผลงานเอง
วางแผนว่าในปี 2005 จะโพรโมทคนไทยให้เป็นกรรมการผู้จัดการ
2. พนักงานทุกคนต้องมีความคิดที่กว้างขึ้น สื่อสารทั่วโลก เพราะเราไม่มีธุรกิจเฉพาะแค่ประเทศไทยแต่เป็นธุรกิจที่ขยายวงกว้างไปทั่วโลก
บริษัทแม่ ส่งผมมาเป็นกรรมการผู้จัดการ เพราะอยากให้คนไทยแสดงความคิดเห็น กล้าตัดสินใจไม่ใช่รับฟังจากบริษัทต่างชาติอย่างเดียว
การทำงานแต่เดิมจะใช้รูปแบบญี่ปุ่น จะมีการสื่อสารกันโดยตรง แต่ไม่มีเอกสาร ปัจจุบันงานทุกอย่างจะทำออกมาในรูปแบบของเอกสารเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน และเดินไปในทิศทางเดียวกัน ไม่อยากให้รู้เฉพาะภายในบริษัทเท่านั้นแต่อยากให้สื่อความคิดต่างๆ ไปสู่สาธารณชนด้วย
ฟอร์มูลา : หลังจากวางนโยบายเรียบร้อยแล้ว ด้านกลยุทธ์การแข่งขัน วางแผนไว้อย่างไรบ้าง ?
โทโมฮิโกะ : ในส่วนของการผลิตต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ และเพิ่มกำลังการผลิตมากยิ่งขึ้น
ภายใน 3 ปี จะเลือกลูกค้าที่มีความจงรักภักดีกับบริษัท เพราะหากมองโดยทั่วไปร้านขายยางในปัจจุบันจะจำหน่ายยางหลายยี่ห้อแต่บริษัทจะหาดีเลอร์ที่จงรักภักดีเพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายยางของบริษัทเพียงยี่ห้อเดียว ซึ่งถ้าหากบริษัทหาดีเลอร์ที่มีความจงรักภักดีนี้ได้ก็จะเป็นผลดีกับบริษัทถึงแม้ว่าจะมีคู่แข่งในตลาดไม่ว่าจะเป็นยางในประเทศหรือยางนำเข้า บริษัทก็สามารถที่จะแข่งขันได้อย่างไม่มีปัญหา เพราะนั่นคือเครือข่ายที่ดีของบริษัท
ฟอร์มูลา :รูปแบบจะแตกต่างจากคอคพิท และ ออโตบอย ที่มีอยู่หรือไม่ และจะมีกี่ราย ?
โทโมฮิโกะ : รูปแบบเป็นร้านที่จำหน่ายเฉพาะผลิตภัณฑ์ของบริษัทเท่านั้น แต่จะไม่แต่งตั้งใหม่โดยจะเลือกจากร้านที่มีอยู่เดิม
เป็นการยากที่จะกำหนดว่าจะมีจำนวนเท่าไร แต่ถ้าดูตลาดขณะนี้บริษัทมีส่วนแบ่งในตลาดทดแทนถึง 53 % ซึ่งถ้ามียางรายใหม่เข้ามาไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือยางนำเข้าราคาถูก ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตอนนั้นด้วยว่าจะพิจารณาอย่างไร ซึ่งในระยะสั้นจะเน้น คอคพิทที่มีอยู่ให้ประสบความสำเร็จก่อน เพราะปัจจุบันมีถึง 60 กว่าแห่ง โดยเป็นของบริษัทเอง 8 แห่ง
ความตั้งใจของบริษัทนั้นต้องการที่จะให้ลูกค้าเปิดมากกว่า ยกเว้นบางแห่งที่เป็นจุดยุทธศาสตร์แล้วลูกค้าไม่ได้ไปเปิด บริษัทจึงจำเป็นต้องเข้าไปดำเนินการเอง ซึ่งบริษัทก็ตั้งเป้าไว้ว่ารายได้ของคอคพิทจะต้องเป็น 1 ใน 3 ของยอดขายทั้งหมด
ฟอร์มูลา : จะมีช่องทางการจัดจำหน่ายรูปแบบใหม่เพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ ?
โทโมฮิโกะ : คอคพิทหรือออโตบอยนั้น ผมต้องการให้เหลือเพียงแบบใดแบบหนึ่งซึ่งในอนาคตอาจจะใช้ชื่อว่า บริดจ์สโตน
ฟอร์มูลา : ข้อตกลงอาฟตามีผลอย่างไรกับบริษัท ?
โทโมฮิโกะ : กรณีของอาฟตาบริษัทไม่ค่อยกังวลเท่าไรแต่ที่บริษัทเป็นกังวลในเรื่องที่รัฐบาลเป็นการเปิด FREE TRADE กับประเทศเกาหลี จีนซึ่งจุดนี้จะเป็นผลกระทบอย่างยิ่ง ตัวอย่างที่ผ่านมา ที่ประเทศลาตินอเมริกัน เปิด FREE TRADEสินค้าจากประเทศจีนจะทะลักเข้ามา ทำให้กระทบกับเศรษฐกิจมากกว่าเพราะว่าของที่เข้ามาจะมีราคาถูก
ฟอร์มูลา : ขณะนี้ภาษีเกี่ยวกับยางเหมาะสมหรือไม่ ?
โทโมฮิโกะ : สำหรับภาษีของยางนั้นถ้าเป็นนอกเหนือจากประเทศอาเซียนจะต้องเสีย 30 %แต่ถ้าอยู่ในอาฟตาจะค่อยๆ ลดลงมาเรื่อยๆ ที่น่ากังวลคือ การค่อยๆ ลดลงมาจนถึง 0 %ตัวที่น่าจะมีปัญหา คือ ประเทศจีน และเกาหลี แต่บริษัทได้มีการวางนโยบายเตรียมพร้อมที่จะเจอกับภาษี FREE TRADEสำหรับสินค้าที่นำเข้าจากออสเตรเลีย หรือเกาหลี ตัวอย่างที่ผ่านมาออสเตรเลียก็มีการปรับโครงสร้างภาษีบ่อย ทำให้ผู้ผลิตในประเทศต้องปรับปรุงนโยบายใหม่อยู่ตลอดเวลา
ฟอร์มูลา : FREE TRADE จะส่งผลอย่างไรกับตลาดยางรถยนต์ ?
โทโมฮิโกะ : ในความคิดของผมนั้นจะเกิดผลเสียกับบริษัท เพราะยางราคาถูกจะมีการนำเข้ามาจากภาษี 30 % ลดลงเหลือ 10 % นั้น ผู้ผลิตในประเทศไม่สามารถที่จะลดราคาได้ถึง 20 % ตามภาษีที่ลดลงได้ และบริษัทเล็กๆ จะพบกับอุปสรรคก่อน ส่วนบริษัทใหญ่คงจะไม่เกิดผลกระทบในทันที
ฟอร์มูลา : มีแผนการลงทุนเพิ่มในส่วนใดอีกหรือไม่ ?
โทโมฮิโกะ : การลงทุนที่ผ่านมา 3,500 ล้านบาท เป็นการขยายกำลังการผลิตที่โรงงานหนองแคสำหรับตลาดในประเทศและส่งออกส่วนการลงทุนใหม่ขณะนี้ยังไม่มีแผนในเรื่องใด
ฟอร์มูลา : เหตุใด บริดจสโตน ฯ จึงสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน ?
โทโมฮิโกะ : บริษัทผลิตสินค้าที่มีคุณภาพตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ในด้านโรงงานเปิดมาจนถึงปัจจุบันมีความหวังดีกับร้านค้ายางทั่วไป พยายามสร้างสื่อสัมพันธ์กับลูกค้ามาโดยตลอดมีการลงทุนเพิ่มอย่างต่อเนื่องในด้านการผลิตเพื่อซัพพลายสินค้า รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆสนองความต้องการตลาด จากอดีตที่ผ่านมาการบริหารงานของบริษัทต่างชาตินั้นจะเน้นยอดขายเป็นหลัก
ซึ่งบริษัทนั้นจะแตกต่างจากบริษัทอื่น ถึงแม้ว่าจะเป็นบริษัทจากญี่ปุ่น คือจะให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ โดยศึกษาความต้องการของผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด
ฟอร์มูลา : คู่แข่งที่น่ากลัวของ บริดจสโตน ฯ คือยี่ห้อใด ?
โทโมฮิโกะ : ผมไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าใครเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด แต่ผมจะมองในอนาคตบริษัทใหญ่ๆ อย่างเช่น มิเชอแลง กูดเยียร์ หรือบริดจ์สโตน ว่าใครจะเป็นผู้อยู่รอดโดยเปรียบเทียบเมื่อ30 ปีก่อน ตอนเข้ามาทำงานใหม่ๆ บริดจ์สโตน เป็นอันดับ 7 ของโลก แต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นอันดับ 1และอันดับ 2 ของโลก โดยมองว่าในอนาคตยางเกาหลีอาจจะขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของโลกก็เป็นได้
ฟอร์มูลา :อยากให้เปรียบเทียบธุรกิจยางในประเทศไทยกับต่างประเทศว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ?
โทโมฮิโกะ : ที่เห็นเด่นชัดคือ ความแตกต่างเกี่ยวกับกำลังการผลิต บริดจสโตน ฯสามารถส่งออกทั่วโลกได้ รวมถึงต้นทุนการผลิต ถึงแม้ว่าบางประเทศ อย่างจีนที่มีค่าแรงงานต่ำก็จริงแต่เมื่อมาเปรียบเทียบต้นทุนทั้งหมด ประเทศไทยก็สามารถที่จะแข่งขันได้
ประสบการณ์ที่ผ่านมา คนไทยมีความสามารถที่ดีเลิศแต่ยังขาดในเรื่องการฝึกอบรมที่จะต้องรับฟังจากญี่ปุ่นดังนั้นจึงพยายามเปลี่ยนคนไทยให้มีความคิดเป็นของตัวเอง เพื่อให้สามารถดูแลบริษัทได้โดยที่ไม่ต้องมีคนญี่ปุ่นอยู่
ทางด้านการตลาด การขาย ประเทศไทยก็มีศักยภาพค่อนข้างมาก ถึงแม้ว่าจะเคยประสบปัญหาเศรษฐกิจ และการเมืองซึ่งโดยรวมแล้วประเทศไทยยังมีโอกาสที่จะเติบโตได้ในตลาด จากการคาดการณ์คิดว่า ประเทศไทยน่าจะมีรถจดทะเบียน 7 ล้านคัน เมื่อเทียบแล้วรถ 1 คัน กับคน 10 คนก็ถือว่าใหญ่แล้ว
ฟอร์มูลา :ความตั้งใจและเป้าหมายของคุณในการดำเนินงานที่นี่คืออะไร ?
โทโมฮิโกะ : ผมต้องการยกภาพพจน์บริษัท ผลิตภัณฑ์ ดังจะเห็นที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับปรุงคุณภาพบริจาคเงินเพื่อสังคม ตั้งช่องทางใหม่เพื่อการให้บริการ ต้องการที่จะพัฒนาปรับปรุงภาพพจน์ของบริษัทให้ดียิ่งขึ้น
ABOUT THE AUTHOR
น
นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : อธิปัตย์ วัชรนุกูลเกียรตินิตยสาร 399 ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2546
คอลัมน์ Online : สัมภาษณ์พิเศษ(formula)


