ธุรกิจ
Carro เผยรายได้ทั้งกลุ่ม พุ่ง 2 เท่า บุกไต้หวัน ญี่ปุ่น

“ประเทศไทยสร้างการซื้อ-ขายกว่า 35,000 คัน/ปี ขณะที่อินโดนีเซียมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ต่อปีกว่า 28.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นอกจากนี้บริษัทฯ คาดการณ์รายได้จากธุรกิจค้าปลีกออนไลน์และธุรกิจเสริมของทั้งกลุ่มจะเพิ่มขึ้นเป็น 357.2 ล้านดอลลาร์ ในปีงบการเงิน ปี 2023 นี้ หรือระหว่างเดือนเมษายน ปี 2022-มีนาคม ปี 2023 นี้”
อรรณพ เกษตระทัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาร์โร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การเติบโตอย่างต่อเนื่อง และความสามารถในการสร้างการซื้อขายได้เกินเป้าถึงกว่า 35,000 คัน/ปี ส่วนหนึ่งมาจากการที่ Carro ประเทศไทย มีการพัฒนาพแลทฟอร์มออนไลน์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขยายศูนย์บริการลูกค้า (Carro Customer Experience Center) และ Carro Auto Mall ไปยังต่างจังหวัด เพื่อให้สามารถส่งมอบบริการซื้อ-ขายรถยนต์มือสองคุณภาพดีให้กับลูกค้าทั่วประเทศไทย
วรรษิตรี รุ่งเรืองเนาวรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท คาร์โร (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าการพัฒนาบริการอย่างไม่หยุดยั้งเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ Carro ประเทศไทย ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า และสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เปิดตัวบริการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนขายแบบละเอียด หรือ Pre-Delivery Inspection (PDI) กับรถทุกคันทุก 7 วัน ทั้งรถที่อยู่ภายใน Auto Mall และคลังที่จอดรถของ Carro โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ
การตรวจสภาพรถก่อนขายแบบละเอียด หรือ Pre-Delivery Inspection (PDI) ทุก 7 วันนั้น เข้มงวดด้วยมาตรฐาน และระบบจัดการเพื่อเป็นการตรวจสภาพรถโดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่อ้างอิงจากการตรวจมาตรฐาน 160 จุด ครอบคลุมตั้งแต่ระบบเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ ระบบไฟฟ้า สภาพช่วงล่าง และยาง เป็นต้น ทั้งการตรวจระดับพื้นฐาน 9 รายการ การตรวจภายนอกระดับพื้นฐาน 26 รายการ การตรวจภายในห้องโดยสาร 32 รายการ การตรวจช่วงล่างและใต้ท้องรถ 4 รายการ และการตรวจด้านความสะอาดตามมาตรฐานทั้งภาย นอก และภายในรถอีก 31 รายการ นอกจากนี้ Carro ยังทำการสุ่มตรวจผลการตรวจสภาพรถทุก 2 สัปดาห์ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ารถทุกคันของ Carro จะอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อมให้ลูกค้าของ Carro ขับขี่ได้อย่างไร้ปัญหาในทันทีที่รับรถ


