ข่าวจากประเทศอังกฤษ ระบุว่า Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) เจเนอเรชันที่ 3 จะเปิดตัวเต็มรูปแบบในช่วงครึ่งหลังปีนี้ ด้วยรูปแบบของ ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี เปลี่ยนจากรูปแบบแฮทช์แบคที่คุ้นเคย
จากรถแนวคิด Nissan Chill-Out ซึ่งจัดแสดงในปี 2564 ถูกนำมาใช้ผลิตจำหน่าย โดยมาพร้อมจุดเด่นมากมาย ตั้งแต่ชุดไฟทรงบูเมอแรง และล้อที่โดดเด่น เมื่อจำหน่ายอาจลดขนาดล้อลงเล็กน้อย ด้านหน้ามีสไตล์โฉบเฉี่ยว, แถบไฟยาวตลอดความกว้าง, ป้ายโลโกเรืองแสง มือจับประตูหน้าแนบกับตัวรถ ส่วนมือจับประตูหลังซ่อนในเสาซี ทำให้มีสไตล์ของรถคูเป
สำหรับพอร์ทชาร์จอยู่บนแก้มรถเหนือล้อหน้า แม้มีความสูงมากกว่าสองรุ่นก่อน แต่ด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ ทำให้มีรูปทรงปราดเปรียว และแนวหลังคาลาดลงเพิ่มความลู่ลม ทั้งมีสไตล์สะดุดตา ด้วยรูปทรงคูเป แต่ Nissan ยืนยันว่าภายในกว้างขวางสามารถรองรับการใช้งานระดับรถครอบครัว ไม่น้อยหน้าคู่แข่งอย่าง Skoda Elroq (สโกดา เอลรค) , Kia EV3 (เกีย อีวี 3) หรือ Volvo EX30 (โวลโว อีเอกซ์ 30) และ Smart #1 (สมาร์ท #1) ที่กำลังได้รับความนิยมสูง
Nissan Leaf ใหม่ใช้สมการการออกแบบภายในจาก Nissan Ariya (นิสสัน อารียา) รุ่นพี่ที่ได้รับความนิยมสูง ทั้งจอแสดงผลคู่ ใช้ระบบควบคุมแบบกายภาพ ซึ่งลงตัวกับการใช้วัสดุต่างๆ ตกแต่งระดับเดียวกับ Ariya ที่มีแผงควบคุมลายไม้ รวมถึงระบบอินโฟเทนเมนท์ขับเคลื่อนด้วย Google infotainment system ใน Nissan Qashqai (นิสสัน กัชไก) และคาดว่าจะใช้ระบบขับเคลื่อนแบบใหม่ "Three-in-one Electric Drive Unit" ร่วมกับพแลทฟอร์ม CMF-EV เหมือนกับ Ariya รวมทั้ง Renault Megane E-Tech และ Scenic E-Tech
แพคแบทเตอรีจะมีทั้งขนาด 63 กิโลวัตต์ชั่วโมง และ 87 กิโลวัตต์ชั่วโมง เหมือนกับ Ariya ซึ่ง Leaf ระดับเริ่มต้นที่มีระยะเดินทางระหว่าง 450-480 กม. ส่วนรุ่น Long-range น่าจะทำระยะเดินทาง 563 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง คงต้องรอการยืนยันจากบริษัทก่อน โดยทั้ง Ariya และ Megane รองรับกระแสชาร์จสูงสุดที่ 130 กิโลวัตต์ Leaf น่าจะได้ระดับเดียวกัน โดยสามารถชาร์จเพิ่มจาก 20-80 % ภายในครึ่งชั่วโมง
Nissan Leaf รุ่นปี 2025 จะใช้ฐานการผลิตใน Sunderland ซึ่งจะใช้ในการผลิต Nissan Juke (นิสสัน จูค) 2026 รวมถึง Qashqai ที่จะเปิดตัวเร็วๆ นี้