ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ในวงการมอเตอร์สปอร์ท มักจะใช้เทคโนโลยีเพื่อสมรรถนะสูงสุด โดยไม่ละเมิดข้อกำหนดอยู่เสมอ วิศวกรของทุกทีมจะเห็นว่ากติกาการแข่งขัน คือ ปริศนาที่มีความท้าทายในการสร้างนวัตกรรม เพื่อให้ทีมแข่งได้ชัยชนะ ด้วยช่องว่างเล็กๆ ระหว่างข้อกำหนด และเจตนาของการกำหนดกติกาอย่างในอดีต ทีม Benetton ใช้ระบบ Traction Control ในฤดูกาล 1994, ทีมแข่ง Brawn GP ใช้ดิฟฟิวเซอร์ 2 ชั้นในฤดูกาล 2009, ทีม Red Bull ใช้ปีกแบบให้ตัวได้เมื่อใช้ความเร็วสูงในฤดูกาล 2010, ทีม Mercedes ใช้คันส่งพวงมาลัยคู่เพื่อปรับมุมโทล้อหน้า
ฤดูกาลนี้ทีม Mercedes และ Red Bull มีประเด็นในข้อบังคับเกี่ยวกับกำลังอัดกระบอกสูบจาก 18:1 ในปีที่แล้ว และลดเหลือ 16:1 ในปีนี้ หากเครื่องยนต์มีแรงอัดกระบอกสูบสูงจะมีพลังขับเคลื่อนสูง แต่ทำให้เกิดความร้อน การออกแบบเครื่องยนต์ต้องซับซ้อนขึ้น และเครื่องยนต์เกิดแรงเครียด ทีมแข่งต้องใช้งบประมาณมหาศาลเพื่อให้เครื่องยนต์สามารถทนทานได้ตลอดการแข่งขัน การลดแรงอัดมาที่ 16:1 ช่วยลดความซับซ้อน ซึ่งทำให้ทุกทีมไม่ได้เปรียบเสียเปรียบกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทีมแข่งใหม่
กติกาของ FIA ฤดูกาล 2026 ระบุการวัดอัตราส่วนกำลังอัด โดยวัดความจุกระบอกสูบที่ศูนย์ตายล่าง ต่อความจุกระบอกสูบที่ศูนย์ตายบน “ในสภาพอุณหภูมิเครื่องยนต์ปกติ” เมื่อเครื่องยนต์ทำงานที่รอบสูง อุณหภูมิจะเพิ่มสูงขึ้น ทำให้อัตราส่วนแรงอัดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย มีข่าวว่าทีม Mercedes และ Red Bull ใช้ความได้เปรียบจากการผลิตลูกสูบเอง ด้วยการออกแบบให้ลูกสูบมีโครงสร้างภายในที่ซับซ้อน และขยายตัวจากความร้อน จนเกิดแรงอัดสูงขึ้นเมื่อเครื่องยนต์อยู่ในอุณหภูมิทำงาน
ช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทีมแข่งส่วนใหญ่เปลี่ยนจากการผลิตลูกสูบแบบฟอร์จ (การบีบอัดโลหะลงในแม่พิมพ์) เป็นการผลิตด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติเลเซอร์ที่มีความแม่นยำสูง และสามารถผลิตลูกสูบโลหะผสมที่มีโครงสร้างซับซ้อน มีความหนาแน่นของวัสดุในแต่ละส่วนแตกต่างกัน วิศวกรของทีม Mercedes และ Red Bull สามารถผลิตลูกสูบที่มีโครงสร้างภายในที่ซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ จนทำให้ลูกสูบสามารถส่งความร้อน จนเกิดการขยายตัวได้ตามต้องการ ซึ่งการผลิตลูกสูบแบบเดิมทำไม่ได้
หาก Mercedes และ Red Bull สามารถสร้างลูกสูบที่ขยายตัวจนได้อัตราส่วนแรงอัดตามต้องการ จะทำให้การเริ่มต้นฤดูกาลของทั้ง 2 ทีมเหนือกว่าทีมอื่น พลังขับเคลื่อนที่ต่างกันเล็กน้อย เวลาที่ดีกว่าเพียงเสี้ยววินาทีสร้างความแตกต่างได้ชัดเจน ทำให้ทีมคู่แข่งอย่าง Ferrari, Audi และ Honda ต้องยื่นข้อเรียกร้องให้ FIA แจ้งความชัดเจนในข้อกำหนดของเครื่องยนต์ และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบกำลังอัดกระบอกสูบในขณะเครื่องยนต์อยู่ในอุณหภูมิทำงาน อย่างไรก็ตาม คงไม่สามารถปรับกติกาได้ทัน ก่อนการแข่งขันสนามแรกในเดือนมีนาคมนี้

