บทความ
Leapmotor ตั้งบริษัทในไทย ทุนจดทะเบียนร้อยล้าน

Leapmotor ลุยตั้งบริษัทในไทย ทุนจดทะเบียนร้อยล้านบาท เตรียมลุยรับมือความท้าทายในตลาดประเทศไทยHighlight
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอีกครั้ง หลังข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคล ตามหมายเลข 0105569126944 ระบุว่า Leapmotor (ลีพมอเตอร์) ได้จัดตั้ง บริษัท ลีปมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (Leapmotor (Thailand) Co., Ltd.) ขึ้นในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ด้วยทุนจดทะเบียน 100,000,000 บาท
วัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง รหัส 45101 เพื่อประกอบกิจการ ขายส่ง รถยนต์ รถพลังงานไฟฟ้า รถโดยสาร และยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยรถไฟฟ้าทุกประเภท อะไหล่ แม่พิมพ์ เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ อุปกรณ์ประดับรถยนต์ และอุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์ที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะทั้งหมดข้างต้น
ที่ตั้งสำนักงาน 87/1 อาคารแคปปิตอล ทาวเวอร์ ออลซีซั่นส์ เพลส ชั้นที่ 16 ยูนิต 1603-1606 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ต้องติดตามถึงการเปลี่ยนแปลงในการทำตลาดในประเทศไทยหลังจากนี้ เพราะที่ผ่านมา Leapmotor ทำตลาดประเทศไทยผ่าน บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด หรือ PNA ในฐานะผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ มาตั้งแต่ปี 2567
พระนครยนตรการฯ มีบทบาทสำคัญในการนำแบรนด์ Leapmotor เข้ามาสู่ตลาดไทย ทั้งการเปิดตัวรถยนต์ การสร้างเครือข่ายโชว์รูม การทำตลาด รวมถึงการวางระบบบริการหลังการขาย และในตอนนี้มีการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า 2 รุ่นในไทยอย่าง Leapmotor C10 (ลีพมอเตอร์ ซี 10) และ Leapmotor B10 (ลีพมอเตอร์ บี 10)
เหตุผลสำคัญอาจเกี่ยวข้องกับการเติบโตของ Leapmotor ในตลาดโลก และการขยายธุรกิจในอาเซียน
Leapmotor ปัจจุบันมี Stellantis (สเตลแลนทิส) เข้ามาเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ โดยทั้งสองฝ่ายจัดตั้ง Leapmotor International เพื่อขยายตลาดนอกประเทศจีน เมื่อแบรนด์เติบโตขึ้น การบริหารตลาดต่างประเทศก็มีความซับซ้อนมากกว่าเดิม
ในเดือนสิงหาคม 2569 Leapmotor ยังได้สร้างผลงานโดดเด่นด้วยยอดส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 103,129 คัน เป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันที่ทำยอดส่งมอบทะลุหลัก 100,000 คัน และสถิติยอดส่งมอบเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน
ยอดส่งมอบในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นถึง 80.72 % เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ Leapmotor ก้าวขึ้นติดอันดับ Top 4 แบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ระดับโลก และ Top 3 แบรนด์ NEV จากประเทศจีน
และอาจรวมถึงมาตรการด้านภาษีของไทยเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า ที่ยังรอความชัดเจนในขั้นตอนสุดท้าย การที่ Leapmotor สามารถบริหารจัดการได้โดยตรงในตลาดนี้ อาจทำให้มีความคล่องตัว และยืดหยุ่นได้มากกว่าการดำเนินการผ่านตัวแทนแบบเดิม
สิ่งที่น่าสนใจ คือ ความเคลื่อนไหวในประเทศไทยเกิดขึ้นในช่วงที่ Leapmotor กำลังขยายธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
มาเลเซียมีการเดินหน้าประกอบรถ Leapmotor ภายในประเทศผ่านโรงงาน Stellantis ที่ Gurun ขณะที่อินโดนีเซียก็มีการเปิดตัว Leapmotor และวางแผนด้านการประกอบรถยนต์ในประเทศเช่นกัน ดูเหมือนว่า อาเซียนกำลังกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญสำหรับการขยายธุรกิจของ Leapmotor
ประเทศไทยจึงอาจไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงตลาดสำหรับนำเข้ารถยนต์มาขายเท่านั้น แต่สามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างธุรกิจระดับภูมิภาคได้
ติดตามความเคลื่อนไหวทั้งหมดวงการ รถยนต์


