บทความ
บิกดีล ! Toyota Hilux FCEV กระบะไฮโดรเจน ผลิตไทยส่งออกยุโรปปีหน้า ทุ่มลงทุน 1.49 พันล้านบาท

Toyota Hilux FCEV กระบะเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน Toyota เลือกโรงงานบ้านโพธิ์ เป็นฐานการผลิตหลักHighlight
บอร์ดบีโอไอ (BOI) ไฟเขียวอนุมัติโครงการลงทุนมูลค่ากว่า 7 พันล้านเยน (หรือประมาณ 1.49 พันล้านบาท) ของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เพื่อเดินหน้าสายการผลิต รถกระบะพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน หรือ FCEV (Fuel Cell Electric Vehicle) ในประเทศไทย
ก่อนจะไปดูรายละเอียดการลงทุน หลายคนอาจสงสัยว่าทำไม Toyota (โตโยตา) ถึงยังลุยพัฒนาเทคโนโลยี FCEV ทั้งที่กระแสรถอีวี (BEV) กำลังมาแรง ?
คำตอบ คือ ลักษณะการใช้งานรถกระบะออกแบบมาเพื่อบรรทุกหนัก และเดินทางไกล หากใช้แบทเตอรีไฟฟ้าล้วน จะต้องแบกน้ำหนักแบทเตอรีมหาศาล ทำให้เสียพื้นที่บรรทุก และใช้เวลาชาร์จนาน ในขณะที่เทคโนโลยี FCEV ใช้แกสไฮโดรเจนทำปฏิกิริยากับออกซิเจนเพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าขับเคลื่อนมอเตอร์
ข้อดี คือ เติมเชื้อเพลิงได้ไวเหมือนเติมน้ำมัน ใช้เวลาไม่กี่นาทีแต่วิ่งได้ไกล และปล่อยออกมาแค่ "น้ำเปล่า" เท่านั้น จึงตอบโจทย์รถเพื่อการพาณิชย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
สำหรับการผลิตกระบะ Toyota Hilux FCEV (โตโยตา ไฮลักซ์ เอฟซีอีวี) จะใช้โรงงานบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นฐานการผลิตหลัก โดยไม่ได้สร้างโรงงานใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการนำเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงขั้นสูง เข้าไปร่วมกับสายการผลิตของรถกระบะ Hilux เดิมที่มีอยู่แล้ว
Toyota ยังเตรียมติดตั้งสถานีเติมไฮโดรเจนภายในโรงงาน เพื่อใช้รองรับทั้งกระบวนการผลิต และการทดสอบสมรรถนะของรถกระบะไฮโดรเจนให้ได้มาตรฐานระดับโลก
โดยจะเริ่มเดินสายการผลิตภายในเดือนธันวาคม 2570 กำลังการผลิตเบื้องต้น 3,000 คัน/ปี และการผลิตลอทแรกเพื่อส่งออกทั้งหมด 100 % เจาะกลุ่มตลาดประเทศพัฒนาแล้วที่โครงสร้างพื้นฐานด้านไฮโดรเจนเริ่มพร้อม เช่น ยุโรป, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
ความน่าสนใจของดีลนี้ คือ ผลพลอยได้ที่จะเกิดขึ้นกับผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศไทย (Local Suppliers) Toyota ตั้งเป้าที่จะจัดหาวัตถุดิบ และชิ้นส่วนภายในประเทศ มูลค่าสูงถึง 640 ล้านบาท/ปี ครอบคลุมชิ้นส่วนสำคัญ เช่น ระบบปรับอากาศ และทำความเย็น, เบาะนั่ง, ล้อ และยาง, ชุดสายไฟ รวมถึงชิ้นส่วนตกแต่งภายใน
ที่สำคัญ ยังมีแผนร่วมมือกับซัพพลายเออร์ไทย เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี ทั้งในด้านกระบวนการผลิตขั้นสูง การควบคุมคุณภาพ (QC) มาตรฐานความปลอดภัยของระบบไฮโดรเจน และการจัดการสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นโอกาสทองที่บริษัทไทยจะได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่
การลงทุนผลิต Toyota Hilux FCEV ในไทยครั้งนี้ คือ ก้าวสำคัญที่อาจยืนยันได้ว่า ประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่มีความสำคัญ และพร้อมเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานสะอาดในอนาคตอันใกล้
ติดตามทุกความเคลื่อนไหววงการ รถยนต์


