บทความ
ทำไม? NISMO Performance Center สาขาแรกนอกญี่ปุ่น ถึงต้องเปิดที่ออสเตรเลีย

NISMO Performance Center สาขาแรกนอกญี่ปุ่น มาตรฐานเดียวกับ Omori Factory แต่ทำไมออสเตรเลียถึงถูกเลือก ?Highlight
โดนใจสาวกรถสปอร์ตแดนอาทิตย์อุทัย เมื่อ Nissan Motorsports & Customizing (NMC) สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเปิดตัว NISMO Performance Center แห่งแรกนอกประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ
ปักหมุดที่ เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย งานนี้บอกเลยว่าเจ้าของรถสปอร์ตระดับตำนานไม่ต้องส่งรถข้ามน้ำข้ามทะเลไปทำถึงสำนัก Omori Factory ที่ญี่ปุ่นอีกต่อไปแล้ว
หลายคนคงกำลังตั้งคำถามว่า ทำไมศูนย์สมรรถนะระดับโลกแห่งนี้ถึงไม่ไปเปิดในอเมริกาหรือยุโรปก่อน เหตุผลหลักคือ ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีวัฒนธรรมรถสปอร์ต และฐานแฟนคลับ Nissan Skyline GT-R ที่แข็งแกร่งมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
Yutaka Sanada หัวหน้าแบรนด์ NISMO ระดับโลก ระบุว่าการเปิดตัวศูนย์ที่ตัวแทนจำหน่าย Ferntree Gully Nissan ในรัฐวิกตอเรีย (โดยมีแฟนคลับมาร่วมงานกว่า 300 คน) ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำแบรนด์ สินค้า และประสบการณ์ระดับพรีเมียม เข้าไปใกล้ชิดกับลูกค้าในตลาดที่มีศักยภาพสูงมากยิ่งขึ้น
NISMO Performance Center สาขานี้ คือการยกมาตรฐานระดับสุดยอดจาก NISMO Omori Factory (สำนักงานใหญ่และอู่แต่งรถระดับตำนานในเมืองโยโกฮาม่า) มาไว้ที่ออสเตรเลียแบบ 100% โดยมีบริการที่ครอบคลุม ได้แก่
การที่ Nissan ตัดสินใจนำ "Omori Model" (การส่งมอบอะไหล่ ช่างฝีมือ และมาตรฐานของ Omori Factory) ออกนอกประเทศ ถือเป็นกลยุทธ์การรักษา Brand Loyalty ที่เฉียบขาดมาก ในยุคที่ R35 GT-R ยุติการผลิตไปแล้ว
การหันมาลงทุนและซัพพอร์ตกลุ่มลูกค้ารถคลาสสิกเจ้าของรถสปอร์ตที่นับวันมูลค่ายิ่งสูงขึ้น ถือเป็นการดึงให้แฟนๆ ยังคงผูกพันกับแบรนด์อย่างเหนียวแน่น ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญเมื่อ Nissan ตัดสินใจเปิดตัวรถสปอร์ตโมเดลใหม่ๆ ในอนาคต
NMC ยังวางแผนที่จะขยายสาขา NISMO Performance Center เพิ่มเติมในออสเตรเลียตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป
รวมถึงมีแผนจะขยายไปยังตลาดต่างประเทศอื่นๆ ทั่วโลกตามมา (สื่อยานยนต์ต่างประเทศคาดการณ์ว่า ตลาดอเมริกาเหนือ หรือแม้แต่ตลาดเอเชียที่มีความบ้าคลั่งในกลุ่มรถ JDM สูงอย่าง มาเลเซีย ก็อาจมีสิทธิ์ลุ้นในอนาคต)
การขยับตัวครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า Nissan ยังคงให้ความสำคัญกับตำนาน และจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ตของค่ายอย่างเต็มเปี่ยม แฟนๆ ชาวไทยคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า โมเดลธุรกิจสุดเอ็กซ์คลูซีฟแบบนี้ จะมีโอกาสเข้ามาเปิดให้บริการในบ้านเราเพื่อเสิร์ฟฐานแฟนคลับชาวไทยที่มีใจรักใน JDM บ้างหรือไม่


