ผลงานลำดับที่ 3 ของค่าย “ดาวสามแฉก” ที่นำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังในเดือนนี้ คือ MERCEDES-BENZ GLA (เมร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลเอ) รถกิจกรรมกลางแจ้งรุ่นใหม่ ซึ่งเพิ่งเปิดตัวผ่านสื่อต่างๆ เมื่อวันพระใหญ่ของประเทศไทย คือ วันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2026 และเริ่มรับการสั่งจองในเยอรมนีในวันถัดมา
MERCEDES-BENZ GLA เป็น SUBCOMPACT LUXURY CROSSOVER SUV (ซับคอมแพคท์ ลักชัวรี ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี) หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ระดับหรูขนาดเล็กกว่าเล็กกะทัดรัด ซึ่งออกแบบพัฒนาโดยมีพื้นฐานมาจากรถเก๋ง MERCEDES-BENZ A-CLASS (เมร์เซเดส-เบนซ์ เอ-คลาสส์) และเป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดเล็กที่สุดของค่าย “ดาวสามแฉก” ยักษ์ใหญ่ของเมืองเบียร์เริ่มบรรจุรถอนุกรมนี้เข้าสู่สายการผลิตซึ่งอยู่ในเมือง RASTATT (เรชตัทท์) ของเยอรมนีเมื่อปี 2013
รถรุ่นแรกซึ่งมีรหัสโรงงาน X156 อยู่ในสายการผลิตระหว่างเดือนธันวาคม 2013-เดือนพฤศจิกายน 2019 แล้วก็มีรถรุ่นที่ 2 รหัสโรงงาน H247 มาแทนที่ รถรุ่นที่ 2 นี้อยู่ในสายการผลิตจนถึงปี 2026 แล้วก็มีรถรุ่นใหม่มาแทนที่เช่นกัน รถ 2 รุ่นแรกนี้ มีการผลิตทั้งในเยอรมนี สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศไทย และอีกหลายประเทศ
ส่วน MERCEDES-BENZ GLA ซึ่งกำลังอวดตัวอยู่นี้ เป็นรถรุ่นที่ 3 กำลังจะเริ่มการผลิตโดยใช้โรงงานที่เมือง RESTATT เป็นฐานการผลิตเหมือนรถ 2 รุ่นแรก โรงงานที่ว่านี้ เป็น 1 ใน 3 โรงงานของค่าย “ดาวสามแฉก” ที่ตั้งอยู่ในเยอรมนี ปัจจุบันมีพนักงานประมาณ 6,000 คน และผลิตรถรวม 3 อนุกรม คือ รถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ MERCEDES-BENZ GLA รถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์พลังไฟฟ้า MERCEDES-BENZ EQA และรถเก๋งคูเป/ตรวจการณ์ MERCEDES-BENZ CLA
เป็นรถที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมดโดยใช้ MMA ARCHITECTURE (เอมเอมเอ อาร์คีเทคเจอร์) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ค่ายนี้พัฒนาขึ้นใหม่ และใช้ในรถอีก 2 อนุกรม คือ รถเก๋งคูเป MERCEDES-BENZ CLA และรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ติดตั้งเก้าอี้ที่นั่ง 3 แถว MERCEDES-BENZ GLB หน้าตา และรายละเอียดต่างๆ ของตัวถังซึ่งยาว 4.565 ม. กว้าง 1.873 ม. สูง 1.604 ม. และมีช่วงฐานล้อยาว 2.790 ม. นิตยสารรถยนต์ชั้นนำฉบับหนึ่งของยุโรปบอกว่า เป็นผลลัพธ์ของการออกแบบโดยตั้งใจให้ผู้พบผู้เห็นเกิดความรู้สึกว่า “น่าทึ่ง” จุดเด่นเมื่อมองจากด้านหน้า คือ แผงกระจังหน้าขนาดใหญ่โตมโหฬารที่ออกแบบในลักษณะ “ย้อนยุค”
รถที่เปิดตัว และเริ่มรับการสั่งจองไปแล้วดังที่กล่าวข้างต้น มีแต่รถพลังไฟฟ้าล้วนๆ ไม่มีการติดตั้งเครื่องยนต์ใดๆ ส่วนผู้ไม่ชอบรถไฟฟ้าแต่นิยมรถที่ต้องเติมน้ำมันเชื้อเพลิง ก็ต้องรอต้นปี 2027 เพราะจะมีการเปิดตัวรถไฮบริด ซึ่งใช้เครื่องยนต์เทอร์โบเบนซินฉีดตรง 4 สูบเรียง ความจุ 1.4 ลิตร ทำงานร่วมกันกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้เลือกใช้ด้วย
รถพลังไฟฟ้าล้วนๆ ที่เริ่มการจำหน่ายไปแล้ว มี 3 โมเดล คือ MERCEDES-BENZ GLA 200 ELECTRIC (เมร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลเอ 200 อีเลคทริค) MERCEDES-BENZ GLA 250+ ELECTRIC (เมร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลเอ 250 พลัส อีเลคทริค) และ MERCEDES-BENZ GLA 350 4MATIC ELECTRIC (เมร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลเอ 350 4 เมทิค อีเลคทริค)
โมเดลเริ่มต้น MERCEDES-BENZ GLA 200 ELECTRIC เป็นรถขับเคลื่อนล้อหลัง ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 165 กิโลวัตต์/224 แรงม้า และแบทเตอรี LITHIUM-ION (ลิเธียม-ไอออน) ขนาดความจุใช้งาน 58 กิโลวัตต์ชั่วโมง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 8.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. กรณีชาร์จไฟเต็ม และวัดตามมาตรฐาน WLTP จะวิ่งได้ไกล 394-447 กม. และมีอัตราสิ้นเปลืองพลังไฟฟ้าเฉลี่ย 14.80-17.00 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กม. หรือ 5.88-6.76 กม./กิโลวัตต์ชั่วโมง
MERCEDES-BENZ GLA 250+ ELECTRIC ก็เป็นรถขับเคลื่อนล้อหลัง ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 200 กิโลวัตต์/272 แรงม้า และแบทเตอรี LITHIUM-ION ขนาดความจุใช้งาน 85 กิโลวัตต์ชั่วโมง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 7.3 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. และวิ่งได้ไกล 577-657 กม. เมื่อชาร์จไฟเต็ม และวัดตามมาตรฐาน WLTP มีอัตราสิ้นเปลืองพลังไฟฟ้าเฉลี่ย 15.10-17.30 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กม. หรือ 5.78-6.62 กม./กิโลวัตต์ชั่วโมง
ส่วนโมเดลหัวกะทิ MERCEDES-BENZ GLA 350 4MATIC ELECTRIC เป็นรถขับเคลื่อนทุกล้อ ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด กำลังรวม 260 กิโลวัตต์/354 แรงม้า และแบทเตอรี LITHIUM-ION ขนาดความจุใช้งาน 85 กิโลวัตต์ชั่วโมง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 5.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. เมื่อชาร์จไฟเต็ม และวัดตามมาตรฐาน WLTP จะวิ่งได้ไกล 555-643 กม. และมีอัตราสิ้นเปลืองพลังไฟฟ้าเฉลี่ย 15.10-17.60 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กม. หรือ 5.68-6.62 กม./กิโลวัตต์ชั่วโมง
ราคาค่าตัวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 19 ของเยอรมนี เริ่มต้นที่ 46,170 ยูโร หรือประมาณ 1.80 ล้านบาทไทย เมื่อคิดว่าเงินฝรั่ง 1 ยูโร แลกได้ด้วยเงินไทย 39 บาทถ้วน
MERCEDES-BENZ GLA

