ข่าวรอบโลก
Jeep จะใช้ฐานการผลิตในเอเชีย เพื่อผลิตจำหน่ายทั่วโลก

Stellantis เป็นสถานการณ์ที่ร้ายแรง โดยมีอัตรากำไรติดลบ จนต้องทำการฟื้นฟูบริษัท ประกอบกับการมาถึงของ Antonio Filosa ซีอีโอคนใหม่ เริ่มใช้แผน FaSTLAne 2030 ฟื้นฟูบริษัทด้วยเงินทุน 70 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (2.29 ล้านล้านบาท) เพื่อเปิดตัวรถใหม่กว่า 60 รุ่นHighlight
ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า อินเดียประเทศที่ผลิตรถยนต์ใช้ในประเทศมากกว่าส่งไปยังต่างประเทศ ขณะนี้โครงการผลิต Jeep ในอินเดียเป็นรูปเป็นร่าง โดยการพัฒนาใหม่ทั้งหมด เพื่อส่งจำหน่ายไปสู่ 50 ประเทศ ในเอเชีย, ตะวันออกกลาง, แอฟริกา, อเมริกาใต้ และอื่นๆ การออกแบบด้านวิศวกรรมจนถึงการผลิต จะทำในอินเดียทั้งหมด จากความร่วมมือกว่า 2 ทศวรรษ ซึ่ง Steallantis และ Tata Motors ทำความตกลงลงทุนร่วมกัน 50:50 โดยใช้ฐานการผลิตใน Ranjangaon ประเทศอินเดีย ผลิตรถได้ 1.37 ล้านคัน ทั้งมีเป้าหมายท้าทายมากขึ้น
ปีที่ผ่านมาของ Stellantis เป็นสถานการณ์ที่ร้ายแรง โดยมีอัตรากำไรติดลบ จนต้องทำการฟื้นฟูบริษัท ประกอบกับการมาถึงของ Antonio Filosa ซีอีโอ คนใหม่ เริ่มใช้แผน FaSTLAne 2030 ฟื้นฟูบริษัทด้วยเงินทุน 70 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2.29 ล้านล้านบาท) เพื่อเปิดตัวรถใหม่กว่า 60 รุ่น และปรับปรุงอีก 50 รุ่นภายในสิ้นทศวรรษนี้ (2573) แผนฟื้นฟูระดับตลาดโลกประกอบไปด้วยเสาหลักทั้ง 4 ได้แก่ Jeep, Ram, Fiat และ Peugeot โดย Jeep จะผลิต Cherokee จนถึงรถกระบะ Wrangler Scrambler เพื่อนำบริษัทกลับมาจากการเสียส่วนแบ่งการตลาดในปีที่แล้ว โดยมีตัวเลือกให้มากขึ้นด้วยรถหลายรุ่น
อินเดียจะเป็นผู้ผลิตรถ 1 ใน 5 รุ่นหลักที่จะวางตลาดทั่วโลก ซึ่ง Stellantis ต้องการเปิดตลาดเอเชียโดยใช้บริษัทท้องถิ่น ที่มีต้นทุนงานวิศวกรรม และการผลิตต่ำกว่ายุโรป หรืออเมริกาเหนือด้วย ทั้ง Tata มีพแลทฟอร์มที่แข็งแกร่ง มีเครือข่ายซัพพลายเออร์ และปัจจัยพื้นฐานด้านการผลิตที่เพียบพร้อม
พแลทฟอร์ม ARGOS เป็นสถาปัตยกรรมแบบโมลูลาร์ ที่ใช้ใน Tata Sierra สามารถใช้กับระบบส่งกำลังเครื่องยนต์เบนซิน, ไฮบริด, ไฟฟ้า และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อาจทำให้ยอดจำหน่ายในประเทศเพิ่มจาก 65 % เป็น 90 % ช่วยให้ต้นทุนการผลิตลดลง คาดว่าจะเปิดตัวรถใหม่ในปี 2571 และอินเดียจะเป็นมากกว่าตัวแทนจำหน่าย แต่จะเป็นผู้ผลิตรถ Jeep เพื่อจำหน่ายทั่วโลกต่อไป


