เดือนนี้ได้โควตาหน้ากระดาษเพียง 4 หน้า “ระเบียงรถใหม่” จึงนำเรื่องราวของรถใหม่มาเล่าสู่กันฟังได้เพียง 2 แบบ เป็นผลงานของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ระดับ “อินเตอร์” 2 ราย คือ MAZDA MOTOR CORPORATION (มาซดา มอเตอร์ คอร์พอเรชัน) ของญี่ปุ่น กับ KIA MOTORS CORPORATION (เกีย มอเตอร์ส คอร์พอเรชัน) ของเกาหลีใต้ ทั้ง 2 แบบเป็นรถพลังไฟฟ้าล้วนๆ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มการจำหน่าย
เริ่มกันที่ MAZDA CX-6E (มาซดา ซีเอกซ์-6 อี) รถพลังไฟฟ้าซึ่งเพิ่งปรากฏตัวให้เห็นเป็นครั้งแรกที่งาน 2026 BRUSSELS MOTOR SHOW (2026 บรัสเซลส์ มอเตอร์ โชว์) หรือมหกรรมยานยนต์บรัสเซลส์ ครั้งล่าสุด ซึ่งมีขึ้นในเมืองหลวงของเบลเยียม ระหว่างวันที่ 9-18 มกราคม 2026 แต่ต้องรอจนถึงฤดูร้อนของปีเดียวกัน (ประมาณไตรมาส 3) จึงจะเริ่มการจำหน่าย
ในญี่ปุ่นขณะนี้ ค่าย MAZDA ยังไม่มีรถพลังไฟฟ้าให้ลูกค้าเลือกใช้ แต่ในสาธารณรัฐประชาชนจีน MAZDA ซึ่งร่วมมืออย่างเหนียวแน่นกับค่าย CHANGAN AUTOMOBILE (ฉางอัน ออโทโมบิล) มีรถพลังไฟฟ้าให้เลือก 1 แบบ คือ รถติดป้ายชื่อ MAZDA EZ-60 (มาซดา อีเซด-60)
เป็น MID-SIZE CROSSOVER SUV (มิด-ไซซ์ ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี) หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดกลาง ซึ่งเปิดตัวที่งานมหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้ เมื่อเดือนเมษายน 2025 และเริ่มการจำหน่ายในเดือนกันยายนปีเดียวกัน ตัวถังยาว 4.850 ม. กว้าง 1.935 ม. และสูง 1.620 ม. ออกแบบโดยใช้ชิ้นส่วนหลายชิ้นร่วมกันกับรถคู่แฝดต่างฝาสัญชาติจีน คือ DEEPAL S07 (ดีพอล เอส 07) มีระบบขับให้เลือก 2 แบบ คือ เป็น BEV (BATTERY ELECTRIC VEHICLE/แบทเตอรี อีเลคทริค เวฮิเคิล)) หรือรถพลังไฟฟ้าล้วนๆ ซึ่งไม่มีการติดตั้งเครื่องยนต์ใดๆ กับเป็น EREV (EXTENDED-RANGE ELECTRIC VEHICLE/เอกซ์เทนเดด-เรนจ์ อีเลคทริค เวฮิเคิล) หรือรถพลังไฟฟ้าที่ติดตั้งเครื่องยนต์เพื่อทำหน้าที่ชาร์จไฟเข้าแบทเตอรีไว้ด้วย
ส่วน MAZDA CX-6E ที่กำลังอวดโฉมอยู่นี้ คือ คู่ฝาคู่แฝดตัวจริงของ MAZDA EZ-60 เป็นรถที่ผลิตสำหรับตลาดยุโรป และตลาดอื่นๆ ทั่วโลก (อาจจะรวมทั้งประเทศไทยด้วย) มีขนาดตัวถังยาว 4.850 ม. กว้าง 1.935 ม. และสูง 1.620 ม. กับมีช่วงฐานล้อยาว 2.902 ม. และมีน้ำหนักรถพร้อมขับรวมผู้ขับ 2,205 กก. รูปทรงองค์เอว และตัวถังภายนอกเป็นผลงานของศูนย์ออกแบบ MAZDA EUROPE DESIGN CENTER (มาซดา ยุโรป ดีไซจ์น เซนเตอร์) ซึ่งตั้งอยู่ที่นคร FRANKFURT (ฟรังค์ฟวร์ท) ของเยอรมนี และมี JO STENUIT (โจ สเตนูอิท) นักออกแบบชาวอังกฤษวัย 57 ปี เป็นผู้นำ
เป็นรถขับเคลื่อนล้อหลังด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ซึ่งมีโหมดการขับให้เลือกใช้ 4 โหมด คือ PET COMFORT MODE (เพท คอมฟอร์ท โหมด) REST MODE (เรสต์ โหมด) RELAX MODE (รีแลกซ์ โหมด) และ WASH MODE (วอช โหมด) เป็นระบบขับซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้า AC SYNCHRONOUS MOTOR (เอซี ซิงโครนัส มอเตอร์) ทำงานร่วมกันกับแบทเตอรี LFP (LITHIUM IRON PHOSPHATE/ลิเธียม ไอออน ฟอสเฟท) ขนาด 364 โวลท์ 78 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งหนักถึง 550 กก. สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.9 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 185 กม./ชม.
กรณีชาร์จไฟเต็ม และวัดตามมาตรฐาน WLTP รถจะวิ่งได้ไกล 484 กม. เมื่อใช้ล้อขนาด 19 นิ้ว และวิ่งได้ไกล 468 กม. เมื่อใช้ล้อขนาด 21 นิ้ว ส่วนอัตราการสิ้นเปลืองพลังไฟฟ้าเฉลี่ย คือ 18.9-19.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กม. หรือ 5.2-5.3 กม./กิโลวัตต์ชั่วโมง
แบทเตอรีที่กล่าวข้างต้น เมื่อชาร์จไฟ 0 %-100 % ด้วยไฟบ้านกระแสสลับ (AC) จะใช้เวลานานถึง 8.5 ชม. แต่การชาร์จไฟแบบเร่งด่วน 10 %-80 % ด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ที่สถานีชาร์จไฟจะใช้เวลา 24 นาที และการชาร์จไฟแบบเร่งด่วน 30 %-80 % ด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ที่สถานีชาร์จไฟจะใช้เวลาเพียง 15 นาที
MAZDA MX-6E

