ตัวถังนั่งได้ 4 คน ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับรถพลังไฟฟ้า BMW I3 ที่ผลิตจำหน่ายปัจจุบัน (ยาว 4.011 ม. กว้าง 1.775 ม. และสูง 1.577 ม.) ออกแบบพัฒนาตามหลักการ CIRCULAR ECONOMY หรือ “เศรษฐกิจหมุนเวียน” ซึ่งยึดถือ 4R คือ RETHINK-REDUCE-REUSE-RECYCLE ชิ้นส่วนตัวถังทุกชิ้นล้วนทำจากวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ และสามารถนำกลับไปใช้ใหม่ได้อีกเมื่อรถหมดอายุการใช้งาน แบทเตอรีเพื่อป้อนพลังไฟให้แก่มอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งเป็น SOLID-STATE BATTERY (โซลิด-สเตท แบทเตอรี) ก็เป็นอุปกรณ์ที่ผลิตด้วยวัสดุซึ่งหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่เกือบทั้งหมด ค่ายนี้ยืนยันด้วยว่า นอกจากช่วยลดปริมาณการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่ามากแล้ว ยังเป็นแบทเตอรีมีความจุพลังงานสูงกว่า LITHIUM-ION BATTERY (ลิเธียม-ไอออน แบทเตอรี) ที่ใช้กันอยู่ขณะนี้อีกต่างหาก
ตัวถังซึ่งเป็นผลลัพธ์จากภาษาการออกแบบแนวทางใหม่ของค่ายนี้ มีสัดส่วน และรูปทรงองค์เอวเหมือนเอา MPV หรือรถตู้อเนกประสงค์ มายำรวมเข้ากับ SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้ง เป็นการออกแบบที่ตั้งใจวางตำแหน่งล้อให้อยู่ใกล้กับมุมทั้ง 4 ของรถมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อผลลัพธ์ในการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยของห้องโดยสาร การขึ้น/ลงรถทำได้สะดวกมากแม้เป็นรถขนาดเล็ก เพราะติดตั้งประตูข้างที่เปิดแยกจากกันโดยไม่มีเสาค้ำยันกลางเหมือนประตูตู้กับข้าว ทั้งภายนอก และภายในห้องโดยสารมีรายละเอียดมากมายที่แสดงให้ปรากฏในหลักการ 4R ตัวอย่างเช่น 1. เปลือกตัวถังซึ่งทำจาก อลูมิเนียมที่หมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ไม่มีการเคลือบสีใดๆ แต่ใช้กระบวนการทางเคมี และไฟฟ้าที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า ANODIZING เพิ่มความหนาของออกไซด์ที่เคลือบผิวเพื่อให้ทนทานต่อการกัดกร่อน และส่งผลให้ผิวมีสีทอง 2. แผงกระจังหน้ารูปไตซึ่งไม่ต้องใช้เป็นที่ระบายความร้อนของหม้อน้ำอีกแล้ว ออกแบบเป็นแผงดิจิทอลที่รวมดวงโคมไฟหน้าไว้ด้วย ทำให้ลดอุปกรณ์ และวัสดุที่ใช้ได้มาก 3. กันชนทั้งหน้าและหลัง ทำจากพลาสติคที่หมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ และทำพื้นผิวให้มีรูปลักษณ์เหมือนหินอ่อน ฯลฯ
เป็นรถขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ไม่มีการติดตั้งเครื่องยนต์ใดๆ แต่ผู้ผลิตไม่ได้ให้รายละเอียดใดของระบบขับเคลื่อนที่ว่า เพราะจุดประสงค์ของรถแนวคิดคันนี้ก็เพื่อแสดงรายละเอียดของตัวถังไม่ใช่ระบบขับเคลื่อน 
